ปืนใหญ่ในวันกระบอกแตก – ชั่วโมงนี้คงไม่มีแฟนบอลทีมไหนรู้สึกกลุ้มใจมากไปกว่าสาวก “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล กันอีกแล้ว
หลังจากที่ทีมออกสตาร์ตพรีเมียร์ลีก 2 เกม ไร้แต้มติดมือ แถมยังยิงประตู ไม่ได้เลย
อาร์เซนอลแพ้ทีมน้องใหม่อย่างเบรนต์ ฟอร์ด 0-2 ต่อด้วยแพ้คารังให้เชลซี 0-2 กลายเป็นผลงานเริ่มต้นที่แย่สุดในประวัติศาสตร์การลงแข่งลีก 128 ปีของสโมสรเลยทีเดียว
ไม่น่าแปลกใจหากเก้าอี้ของกุนซืออย่าง มิเกล อาร์เตตา จะร้อนเป็นไฟ หลังจากฤดูกาลที่แล้วอาร์เซนอลก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า วืดโควตาฟุตบอลยุโรปทุกรายการ
ที่จริงแล้วอาร์เตตาก็เจอปัญหาใหญ่ในการออกสตาร์ต เมื่อผู้เล่นแนวรุกอย่าง ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมยอง, อเล็กซ็องดร์ ลากาแซตต์ และวิลเลียน ต่างติดโควิด-19 แถมยังมีผู้เล่นบาดเจ็บอย่าง เอ็ดดี เอ็นเคเทียห์, กาเบรียล มากัลเญส ส่งผลให้การจัดทีมทำได้ยากพอสมควร
แต่ในเมื่อตลาดซัมเมอร์รอบนี้อาร์เซนอลหมดเงินไปแล้วราว 130 ล้านปอนด์ แลกกับผู้เล่นอย่าง เบน ไวต์, มาร์ติน โอเดการ์ด, อารอน แรมส์เดล, อัลแบร์ ซ็องบี โลกงกา และ นูโน ตาวาเรส มากกว่าคู่แข่งร่วมลีกรายอื่นทั้งหมด ก็ไม่แปลกเช่นกันที่แฟนบอลจะคาดหวังให้ผลงานทีมดีกว่านี้
ปัญหาของอาร์เซนอลตอนนี้มีทั้งแนวรับที่ยังหละหลวม แมตช์เบรนต์ฟอร์ดปล่อยให้ลูกทุ่มไกลหลุดไปถึงคู่แข่งได้โขกเผาขน ส่วนแมตช์เชลซีก็เปิดช่องให้คู่แข่งสับไกยิงถึง 22 ครั้ง
ขณะที่แนวรุกเองก็แย่เช่นกัน แมตช์เบรนต์ฟอร์ดได้ยิงมากถึง 22 ครั้ง แต่ตรงกรอบเพียง 4 ครั้ง ส่วนแมตช์เชลซีสบโอกาสยิงแค่ 6 ครั้งเท่านั้น
หรือแม้แต่เรื่องของโชคก็ไม่เป็นใจให้อาร์เซนอล ในแมตช์ เชลซีมีการพูดถึงจังหวะที่ บูคาโย ซากา ล้มลงหลังปะทะกับ รีซ เจมส์ ในเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินไม่เป่าเป็นจุดโทษ แถมทีมวีเออาร์ก็ไม่ได้ว่าอะไรด้วย
อีกประเด็นที่อาจเป็นได้ทั้งข้อดีและข้อเสียของอาร์เซนอลนั่นคือแนวทางใช้ขุมกำลังแข้งหนุ่มซึ่งดีต่ออนาคตระยะยาวของสโมสร แต่การเอาตัวรอดในปัจจุบันให้ได้ก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะส่งผลต่อความมั่นใจของเหล่านักเตะวัยคะนองด้วย
เมื่อผ่านเกมคาราบาว คัพ กลางสัปดาห์นี้ไป อาร์เซนอลต้องเจอศึกหนักบุกไปเยือนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่าพรีเมียร์ลีก ถ้าพลิกล็อกชนะได้คงเรียกความมั่นใจกลับมาเป็นกระบุง แต่ถ้าแพ้ก็ย่อมทำให้บรรยากาศทีมแย่ลงไปอีก
หลังเกมกับแมนฯ ซิตี้ก็จะเข้าสู่ช่วงพักเบรกทีมชาติกัน จากนั้นอาร์เซนอลกลับมาเตะเกมลีกเจองานเบาอย่างนอริช ซิตี้ และเบิร์นลีย์ แล้วต่อด้วยงานหนักอีกรอบในศึกลอนดอนดาร์บี้แมตช์พบคู่ปรับ ตลอดกาลท็อตแนม ฮอตสเปอร์
ทั้งนี้ จุดเปลี่ยนของอาร์เซนอลมีสิทธิ์เกิดขึ้นตั้งแต่หลังแมตช์ดวลแมนฯ ซิตี้ เพราะบางทีผู้จัดการทีมอาจไม่ใช่อาร์เตตาอีกแล้วก็เป็นได้