ฉะเชิงเทรา – น.ส.รัศมินท์ พฤกษาทร นายอำเภอท่าตะเกียบ เปิดเผยภาพรวมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ว่า มีผู้ป่วย 230 ราย รักษาอยู่ 64 ราย รักษาหาย 163 ราย เสียชีวิต 3 ราย มีกลุ่มเสี่ยงที่ต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน 2,000 กว่าราย และแม้จะมีผู้ติดเชื้อจำนวนไม่น้อย แต่เนื่องจากเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม และมีโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก ทางอำเภอจึงได้บูรณาการร่วมกับบ้าน ร.ร. วัดและราชการ ตามแนวทาง “บวร” สร้างร.พ.สนามเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อที่อาจจะมีเพิ่มขึ้น โดยร่วมกันปรับปรุงสถานที่ต่างๆ ทำเป็นร.พ.สนามเพิ่มอีก 2 แห่งคือ ที่วัดเทพพนาราม รับได้ 120 เตียง และที่วัดเทพพนาราม รับได้ 60 เตียง และที่ศาลาเฉลิมพระเกียรติ สวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 (ริมอ่างเก็บน้ำคลองสียัด) รับได้ 120 เตียง

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

นอกจากนี้ทางอำเภอยังได้เป็นตัวกลางในการรับบริจาคพืชผักผลไม้และเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ จากผู้มีจิตรศรัทธา หน่วยงาน องค์กร และเกษตรกรเอง เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับผู้กักตัว 2 พันกว่าคน ซึ่งในแต่ละวันจะมีเกษตรกรกลุ่มต่างๆ ใน อ.ท่าตะเกียบร่วมบริจาคด้วย โดยในตอนเย็นทางอำเภอจะนัดแนะผู้ใหญ่บ้านของแต่ละแห่งเข้ามารับ เพื่อนำไปแจกจ่าย และบางวันทางอำเภอก็ซื้อพืชผักผลไม้จากเกษตรกรที่ขายไม่ได้ หรือมีปัญหาผลผลิตล้นตลาด เนื่องจากปัญหาโควิด-19 เพื่อช่วยเกษตรกรให้มีรายได้ มีช่องทางการตลาด ทำให้เศรษฐกิจในชุมชนหมุนเวียนต่อไปได้ ซึ่งช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี ทุกฝ่ายได้ประโยชน์และช่วยเหลือกัน

อีกทั้งทางอำเภอยังได้ดำเนินงานด้วยกระบวนการตำบลเข้มแข็งตามนโยบายผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา สนับสนุนใช้ชุมชนขับเคลื่อนหมู่บ้านตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง โดยเข้าไปส่งเสริมการประกอบอาชีพเกษตรของชาวบ้านในหลากหลายรูปแบบ อาทิ โครงการโคก หนอง นา โดยใน อ.ท่าตะเกียบ มีเกษตรกรเข้าร่วม 41 ราย ซึ่งทางอำเภอที่มีทั้งพัฒนาชุมชนอำเภอ และเกษตรอำเภอ จะเข้าไปช่วยขุดแหล่งน้ำให้ในแปลง และแนะนำให้ปลูกพืชผักผลไม้ต่างๆ

“ทาง อ.ท่าตะเกียบบริหารจัดการการป้องกันโรค โควิด-19 ด้วย ร่วมกับหลายภาคส่วน และประสบความสำเร็จอย่างดีเพราะคนในแต่ละชุมมีความรักและสามัคคีกัน ทำให้หมู่บ้านเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้ ขณะที่ทาง อส.ก็ได้ไปเฝ้าเวรยามในร.พ.สนามด้วย เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้กับผู้ติดเชื้อ”

ดูแลกัน – น.ส. รัศมินท์ พฤกษาทร นายอำเภอท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา รับบริจาคพืชผัก ผลไม้ บริเวณที่ว่าการอำเภอจากนั้นให้ผู้ใหญ่บ้านมารับเพื่อแจกจ่ายให้กลุ่มเสี่ยง ที่กักตัวอยู่ในบ้านในชุมชนกว่า 2 พันคน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน