พาราลิมปิก – จบโอลิมปิกเกมส์ ที่กรุงโตเกียว ได้ไม่นาน ก็ถึงคราวที่นักกีฬาคนพิการไทยจะได้ประกาศศักดาในเวทีพาราลิมปิกบ้าง
ด้วยศักยภาพของนักกีฬาไทยในระยะหลังดีวันดีคืน โดย “โตเกียว 2020” เป็นครั้งที่นักกีฬาไทยได้โควตาเข้าแข่งขันมากที่สุดในประวัติศาสตร์คือ 74 คน มากกว่าครั้งที่มากที่สุดใน “ลอนดอน 2012” ที่ได้ 49 คน ถึง 69 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว
กระนั้นทุกๆ ครั้งที่มีการแข่งขันกีฬา พาราลิมปิกเกมส์ ความพยายาม การสู้ชีวิตของนักกีฬาคนพิการ ทำให้มีการพูดถึงการพยายามผลักดันให้ เงินรางวัลของนักกีฬาคนพิการ เทียบเท่า นักกีฬา โอลิมปิกเกมส์
โดยเวลานี้นักกีฬาคนพิการมีหลักเกณฑ์เงินรางวัล จากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เหรียญทองอยู่ที่ 7.2 ล้านบาท เหรียญเงิน 4.8 ล้านบาท และเหรียญทองแดง 3 ล้านบาท ในกรณีจ่ายเป็นก้อน 50% และแบ่งจ่าย 50% รายเดือน ภายในระยะเวลา 4 ปี
หากเพิ่มก็ถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดี แต่หากจะมองถึงความยั่งยืน คงจะต้องมองลึกกว่าเรื่องของ “เงินรางวัล”
ประเทศนี้อาจมีการปรับเปลี่ยนหลายอย่างเพื่อคนพิการ แต่ก็ยังไม่เคยดีพอ สำหรับสภาพแวดล้อมที่จะทำให้ยืนหยัดใช้ชีวิตได้ในสังคมอย่างสะดวกสบาย
รัฐบาลเองควรหันมาสนใจประเด็นนี้ให้มากกว่านี้ เพราะหากทางเท้า ลิฟต์ บันไดเลื่อน การใช้ขนส่งมวลชนสาธารณะ ที่แม้แต่คนปกติยังใช้ลำบาก ไม่ต้องคิดเลยว่าคนพิการคงเผชิญความยากลำบากมากกว่าหลายเท่าตัว
เพียงแค่หันมาให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อคนพิการ รวมทั้งผู้สูงอายุ เพิ่มขึ้นจนกลายเป็นมาตรฐานที่พึงกระทำในการก่อสร้างสาธารณูปโภคทุกอย่าง
ถึงวันนั้น คนพิการทั้งประเทศจะมีความสุขในการใช้ชีวิตอย่างเท่าเทียมที่แท้จริง
ช.ศิริวุฒิ