ชุมนุม ต่อเนื่อง – มีความเชื่อว่านี่อาจเป็นการอภิปราย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ครั้งสุดท้าย หากฟังคำประกาศจาก นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประสานกับคำประกาศจาก นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ก็จะได้ยินอย่างชัดถ้อยชัดคำ เป็นคำประกาศพร้อมกับเสียง “ออกไป ออกไป” กึกก้อง น่าสนใจก็ตรงที่เสียงร้องตะโกน “ออกไป ออกไป” ในลักษณะเช่นนี้อาจดังกึกก้องตลอดปี 2563 และดังอย่างต่อเนื่องมายังครึ่งของปี 2564 ทั้งๆ ที่จริงแล้วเริ่มดังในเดือนธันวาคม 2562 ต้องยอมรับว่าปรากฏการณ์ในเดือนธันวาคม 2562 เป็นจุดเริ่มของหลายอย่าง อย่างหนึ่งก็คือ เป็นการจุดประกายการชุมนุมอย่างที่เรียกกันในเวลาต่อมาว่าเป็น “แฟลชม็อบ” เป็นครั้งแรกในทางการเมืองบนสถานีของบีทีเอส ทุกคนเห็นภาพ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เด่นชัด เมื่อ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไปปรากฏพร้อม น.ส.พรรณิการ์ วานิช แม้แต่เวทีปราศรัยก็ยังไม่มี ที่ยืนขึ้นพูดก็ทำขึ้นอย่างกะทันหันขณะนั้น แต่ที่กึกก้องคือเสียงตะโกน “ออกไป ออกไป” จากนั้น ปรากฏการณ์เดียวกันนี้ก็ปะทุขึ้นอีกในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 เป็นการปะทุขึ้นในขอบเขตของมหาวิทยาลัยโดยเห็นได้จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน แล้วก็เงียบหายไปเพราะ “โควิด” มาปรากฏอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม 2563 อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จากนั้นก็กลายเป็นกระแสตลอดปี 2563 พร้อมกับเสียงตะโกน “ออกไป ออกไป” กระทั่งพัฒนามาเป็นเครือข่ายไล่ประยุทธ์ หรือ “อหต.” ในที่สุด ปรากฏการณ์ปลายสิงหาคมต่อกันยายนจึงแหลมคม ยืดเยื้อ เป็นลักษณะยืดเยื้อด้วยความมั่นใจเป็นอย่างสูงในทางการเมือง เป็นความมั่นใจบนพื้นฐานที่ว่าต้องขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้อย่างแน่นอน เพราะหากไม่ได้ก็จะชุมนุมจนกว่าจะได้ชัยชนะ นี่คือปรากฏการณ์ใหม่ นี่คือสถานการณ์ใหม่ทางการเมือง