อภิปราย ทั่วไป – อะไรคือจุดแห่งความสนใจในบรรยากาศ “อภิปรายทั่วไป” ครั้งนี้
คำตอบโดยอัตโนมัติย่อมเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะเปิดและขยาย “แผล” ทั้งใหม่และเก่าได้กว้างใหญ่เพียงใด
ถึงขั้น “โค่น” อย่างฉับพลันทันใด เป็นไปได้ยาก
เพราะคะแนนเสียงกว่า 270 ของพรรคร่วมรัฐบาลมีความเหนือกว่า 210 กว่าเสียงของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่มีอยู่ในมืออย่างเด่นชัด
“ผลสะเทือน” ต่างหากจึงเป็นจุดแห่ง “ความสนใจ”
ผลสะเทือนในที่นี้กินความครอบคลุมไปทั่วทั้ง “คณะรัฐมนตรี” โดยองค์รวม
กล่าวเฉพาะตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งตกอยู่ในสภาวะ “ขาลง” อย่างต่อเนื่องจึงน่าจะเป็นการเสื่อมทรุด ตกต่ำลงไปอีก
เช่นเดียวกับ “รัฐมนตรี” จากแต่ละพรรคการเมือง
ผลสะเทือนต่อรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย และจากพรรคประชาธิปัตย์ อาจไม่หนักหนาสาหัส แต่แผลที่ขยายจะเป็นรัฐมนตรีภายในพรรคพลังประชารัฐมากกว่า
นี่คือจุดอ่อน นี่คือความเปราะบาง สั่นไหวทาง การเมือง
กล่าวได้ว่า สถานการณ์นี้สอดรับกับการเปลี่ยนตัว “เลขาธิการพรรค” ก่อนหน้านี้
เพราะยังไม่ทันที่ปี่กลองจะเริ่มก็มีการฉายแสง ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
3 คนเดิมอาจถูกขับและโค่นออกไปจากตำแหน่ง
เปิดทางให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เปิดทาง ให้ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เปิดทางให้ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ได้ “อัพเกรด” ตัวเองเข้าไปแทนที่
ความร้อนแรงจาก “คะแนน” ความไว้วางใจจึงสำคัญ
ถึงเวลาที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จักต้องทบทวนและสร้าง “รายรับ” ทางการเมือง
เพราะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทยคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพราะเลขาธิการพรรคประชา ธิปัตย์คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
แล้วไฉนเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐจึง เป็นเพียง “รัฐมนตรีช่วย” เท่านั้น