คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
สภาวะปั่นป่วน ความวุ่นวายในทางการเมืองที่เห็นและเป็นอยู่ขณะนี้เกิดจากไหน
หากมองผ่านการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็น “คาร์ม็อบ” ไม่ว่าจะเป็น “ทะลุฟ้า” ไม่ว่าจะเป็น “ไทยไม่ทน” หรือแม้กระทั่งการนัดโดยมิได้ป่าวร้องของ“ทะลุแก๊ส”
เหมือนกับว่าเป็นปัจจัยจาก“ภายนอก”
นั่นก็คือ เป็นความไม่พอใจของประชาชน จึงได้ขับรถกันมาชุมนุม ไม่ว่าในกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าในจังหวัดใหญ่อย่างเชียงใหม่ อย่างขอนแก่น
แต่ถ้าเพ่งพิศและพินิจอย่างจริงๆจังๆมามิได้เป็นเช่นนั้น
ถามว่าที่วิ่งกันตีนพลิกอยู่ในขณะนี้เป็นเรื่อง“ภายนอก”หรือว่าเป็นเรื่อง“ภายใน”
หากถือเอาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเป็นบรรทัดฐานก็เหมือนกับว่าภาวะปั่นป่วนมาจากการอภิปรายของพรรคเพื่อไทย มาจากการอภิปรายของพรรคก้าวไกล
อาจเป็นเช่นนั้นในทาง“รูปแบบ”
แต่ข่าวลือที่ปลิวว่อนในเรื่องอาจเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
นี่ย่อมเป็นเรื่อง“ภายใน”นี่ย่อมเป็นเรื่องของ“พลังประชารัฐ”
คําตอบอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คำตอบอยู่ที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ถามว่าการเปลี่ยนตัว“รัฐมนตรี”คำอภิปรายจากพรรคเพื่อไทย คำอภิปรายจากพรรคก้าวไกลมีผลหรือไม่ในทางเป็นจริง
อาจมีอยู่บ้าง แต่มิได้เป็นปัจจัยชี้ขาด
หากเป็นจริงก็คงมีการปรับเปลี่ยนตัว “รัฐมนตรี”มาไม่ต่ำกว่า 2 หน แต่ที่เปลี่ยนๆกันเอาเข้าจริงๆ แล้วก็เป็นเรื่องความขัดแย้ง“ภายใน”ของพรรคพลังประชารัฐทั้งสิ้น
ความขัดแย้ง แตกแยก“ภายใน”พรรคพลังประชารัฐต่างหากที่เป็นปัจจัย
ยังไม่มีใครรู้ว่าผลของญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจจะเป็นอย่างไร
เพราะมือของ“ฝ่ายค้าน”รวมกันแล้วก็มีอยู่เพียง 206 เสียง ขณะที่เสียงของ“ฝ่ายรัฐบาล”รวมแล้วมากถึง 276 เสียง
การแตกแถว“ภายใน”ต่างหากคือ“คำตอบ ” ที่แท้จริง
