‘ซิลวี่’แซ่บ-โกอินเตอร์สมใจ – ได้โกอินเตอร์สมใจ สำหรับนักร้องสาวลูกครึ่งไทย-อิตาเลียน ‘SILVY’ หรือ ‘ซิลวี่’ ภาวิดา มอริจจิ หลังเปิดตัวในฐานะศิลปินหญิงภายใต้สังกัด Warner Music Asia ด้วยซิงเกิลแรก “XL” ที่ได้ร่วมงานกับ ริชาร์ด แครเกอร์ (Richard Craker ) โปรดิวเซอร์ สตีเฟน โจนส์ (Stephen Jones) นักแต่งเพลง และ วาเลนติน่า พลอย (Valentina Ploy) ศิลปิน-นักแต่งเพลง

วันนี้จะพาไปทำความรู้จักตัวตนของศิลปินสาวกัน

ฟีดแบ็กเพลง XL เป็นอย่างไรบ้าง?

ซิลวี่ – “ดีเกินคาดมากๆ ค่ะ ดีใจมาก ไม่คิดหรือไม่ได้คาดหวังอะไรจากโปรเจ็กต์นี้เลย เอาง่ายๆ เราเจ็บมาเยอะ แล้วเราไม่เคยได้เป็นตัวเองขนาดนี้ ไม่เคยมีผลงานเพลงแบบนี่คือซิลวี่ เรามีแต่เพลงประกอบละครอ่ะค่ะ ก็เลยไม่รู้ว่าถ้าสมมติว่าเป็นซิลวี่ที่แท้จริงคนจะชอบและ จะเก๊ตเราขนาดไหน ก็ค่อนข้างเข้าใจว่าตัวเราเองแปลกกว่าคนอื่น เหมือนเราเรียนรู้แล้ว ที่จะไม่วิ่งตามสแตนดาร์ดของใครที่จะมาบอกว่าต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ก็ค่อนข้างลุ้น แต่ปรากฏมีคนเก๊ตมากกว่าที่เราคิดเยอะเลย แล้วส่วนมากเป็นคนไทยด้วยซ้ำ ก็เลยดีใจค่ะ”

อยู่ดีๆ มาเป็นศิลปินของ Warner Music Asia ได้ยังไง?

ซิลวี่ – “เกิดจากการรวมตัวกันของคอนเน็กชั่นที่มาจากเพื่อนที่ชื่อ Valentina Ploy ซึ่งเขาเป็นศิลปินอยู่ What The Duck แล้วเขารู้จักกับทาง Karma Sound Studios ซึ่งตอนนี้เป็นผู้จัดการให้ซิลวี่อยู่ เขาเป็นชาวอังกฤษที่มาสร้างสตูดิโอที่พัทยา แล้วอยากปั้นศิลปินเพื่อส่งออกต่างประเทศ แต่ตัว วาเลนติน่า พลอย ไปไม่ได้เพราะมีค่ายอยู่ เขาก็เลยหาว่าใครเหมาะสม ซึ่งก็เป็นโชคดีของหนูที่ วาเลนติน่า พลอย แนะนำหนูให้ Karma Sound Studios”

“หลังจากนั้นนัดกันลองทำเพลง พอทำเพลงแล้วปรากฏเพลงค่อนข้างดี เวิร์ก สตอรี่ชัดเจนมากในแง่การจะสื่อสาร เลยนำไปเสนอ Warner Music Asia เขาเชื่อมั่นในสิ่งที่เราเป็นสิ่งที่ เราทำ เพิ่งเซ็นสัญญากันกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา”

อะไรที่คิดว่าต้องเป็น Warner Music Asia?

ซิลวี่ – “หนูเจ็บกับวงการบันเทิงในไทยมาก รู้สึกว่ากูไม่ได้เกิดสักที ไม่มีใครดันกูเลย ก็เลยรู้สึกตื่นเต้นดีใจ หนูคิดถึงขั้นว่ากูไม่โตในไทยแล้ว จะไปโตต่างประเทศ จะทำให้มันเกิดขึ้นให้ได้ เลยตื่นเต้นแต่ไม่ได้ตื่นตระหนก ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองจะทำไม่ได้ แค่รู้สึกตื่นเต้นเฉยๆ กับการเดินทางครั้งนี้ แล้วก็คิดไว้ในใจทดไว้เลยว่าหนูจะไม่เอาความคาดหวังของประเทศไทย ไม่นึกฝันว่ามันจะมา แต่ปรากฏว่าส่วนมากนี่แหละคือ คนไทยที่แบบว้าว แล้วก็กำลังรออะไรแบบนี้อยู่”

ตั้งเป้าต้องเป็นศิลปินโกอินเตอร์?

ซิลวี่ – “ใช่ หนูเข้ามาในรายการเดอะสตาร์ สิ่งแรกที่พูดกับรายการคืออยาก โกอินเตอร์ อยากเป็นศิลปินที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย แต่แค่เราอยู่วงการมาตั้ง 10 ปี แล้วเราก็ขาดความเชื่อมั่นตรงนี้ แต่พอมีคนที่เขาเห็นเรา เราก็ถึงเพิ่งเริ่มกลับมากล้าพูดได้เต็มปากอีกครั้งว่าเราจะทำให้ได้ เราอยากโกอินเตอร์”

เพลงปล่อยไปในประเทศไหนบ้างแล้ว?

ซิลวี่ – “หลักๆ คือ Southeast Asia ทั้งหมด ภายภาคหน้าก็หวังว่าจะไปถึงโซนยุโรป สำหรับฟีดแบ็กมีมาเยอะเลยค่ะ ส่วนมากจะเป็นฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และมาเลเซียที่ส่งมาถึงเรา แฟนๆ เข้ามาคอมเมนต์ เขาค่อนข้างเข้าใจเมสเสจ เรื่องของบิวตี้สแตนดาร์ดมันไม่ใช่แค่ประเทศไทยที่เจอ ทั่วเอเชียมีบิวตี้สแตนดาร์ดเหมือนกันว่าจะต้องเป็นแบบนี้แบบนั้น ก็เลยไม่ยากที่เราจะได้การตอบรับจากแฟนๆ ตรงนี้”

คอนเซ็ปต์เพลงที่วางไว้ตั้งแต่ทีแรก รวมถึง เมสเสจที่อยากจะสื่อสารไปยังคนฟังคืออะไร?

ซิลวี่ – “เพลงนี้เป็นเพลงแรกที่เราแต่งกันใน สตูดิโอหลังจากที่ได้ทำความรู้จักกัน ด้วยเขาเป็น ทีมงานใหม่ มาจากฝรั่ง เขาคิดไม่ออกว่าเราคือใคร เราเลยต้องเล่าเรื่องให้เขาฟังว่าเราเคยเข้าวงการ เคยเป็นศิลปิน เคยเซ็นกับค่ายเก่า 6 ปี อยู่อิสระ 2 ปี ขาดความหวังในการจะเป็นศิลปินแล้ว เพราะรู้สึกว่าเราไม่ตรงตามมาตรฐานของที่นี่ที่ต้องผอมสวย”

“แต่ที่เราเป็นตัวของตัวเองได้ทุกวันนี้เพราะเราเริ่มทำยูทูบ ไม่สนใจเสียงรอบข้าง เริ่มเดินหน้าเป็นตัวเองเต็มที่ ปรากฏคนให้ความสนใจและชอบในแบบที่เราเป็น ยกให้เป็นไอดอล เล่าให้เขาฟังแบบนี้ เขาก็เลยรู้สึกว่าในเมื่อแฟนๆ รักเราแบบนี้ คุณอยากจะเผยแพร่หรือทำเพลงเกี่ยวกับอะไร ก็เลยตอบไปว่าควรจะเป็นเรื่องนี้ เรื่อง Body positivity (ความมั่นใจในเรื่องรูปร่าง) เลยเกิดเป็นเรื่องราวต่างๆ ที่ทาง Karma และหนูได้ร่วมกันระดมสมอง ณ วันนั้นว่าเราเคยโดน คำด่าว่าอะไรบ้าง เคยทุกข์ทรมานเรื่องนี้เพราะอะไร เนื้อเพลงเลยออกมาค่อนข้างชัดเจน แล้วเป็นเรื่องราวของหนูเต็มที่ 100%”

ถ้าได้ฟังเพลงก็จะรู้สึกว่าต้องเป็นซิลวี่นี่แหละที่ร้อง?

ซิลวี่ – “เราชัดเจนมากเลยตั้งแต่เข้าวงการ เอาจริงๆ เราอ้วนกว่านี้นะ แล้วโดนกดดัน หนูเคยอ้วนมาก เคยผอมมาก แล้วก็กลับมาอ้วนอีกทีหนึ่ง แล้วแสดงจุดยืนชัดเจนว่า กูอ้วนแล้วทำไม เขาก็เลยจะเข้าใจการเดินทางตรงนี้ว่าหนูทุกข์ทรมานกับเรื่องนี้ จริงๆ หนูเคยจมนะ เคยเชื่อและเคยคิดว่าตัวเองไม่มีหวังแล้ว 10 ปีที่อยู่มา 5 ปีหนูใช้ไปกับการพยายามเป็นใครก็ไม่รู้ที่ไม่ใช่หนู อีก 5 ปีหลัง เป็นการพยายามรักตัวเองในแบบที่ตัวเองเป็น”

มิวสิควิดีโอดูอินเตอร์มาก?

ซิลวี่ – “ด้วยทำงานกับต่างชาติด้วย ตั้งใจจะให้ไปเผยแพร่เติบโตที่อื่นด้วยซ้ำ แต่ปรากฏคืออ้าว! คนไทยคือยิ่งว้าวเข้าไปอีก ดีใจที่คนไทยให้โอกาสในความแปลกใหม่ตรงนี้ ยอมรับว่าหนูกลัวนะ ลึกๆ หนูคิดว่าคนไทยอาจจะ ไม่เข้าใจก็ได้ เพราะขนบธรรมเนียมหรือกฎอะไรต่างๆ มันเยอะเหลือเกิน แต่พอได้รับความเข้าใจและการเปิดรับในความแตกต่างที่ได้รับจากเพลงนี้ หนูก็ขอบคุณและรู้สึกว่ามันคงถึงเวลา โลกมันกำลังเปลี่ยนไปแล้ว ทุกคนกำลังยอมรับในความหลากหลายได้มากขึ้น หนูเลยมองเห็นหนทางสว่าง”

ท่าเต้นแซ่บมาก?

ซิลวี่ – “ในส่วนตัวหนูชอบเต้นมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เพียงแค่ไม่ได้รับโอกาส หนูโดนกำหนดว่าต้องเป็นคนอ้วนร้องเพลงได้เฉยๆ ทั้งที่จริงๆหนูชอบตีลังกา บ้าพลัง วันถ่ายทำสาวๆ ที่เป็นแดนเซอร์แล้วก็ตัวหนูสุดฤทธิ์มาก แต่ละคนที่หนูคัดมาอยู่ในเอ็มวี เพราะเรารู้จักเขา เราชอบ เราเห็นเขาในช่องทางโซเชี่ยลฯ มาเป็นเวลานาน รู้ว่าเขาเป็นคนคล้ายๆ เรา บ้าพลังเหมือนเรา ท่า…มันเกิดจากอารมณ์ล้วนๆ หนูมีความสุขและสนุกกับมัน หนูถึงขั้นไปสักวันที่ถ่ายเอ็มวีไว้ตรงขาเลย เพราะรู้สึกว่าวันนั้นเป็นวันที่หนูได้ก้าวข้ามผ่านการทำอะไรที่เกินลิมิตตัวเองไปมากและเกินลิมิตของคนไทย พูดง่ายๆ เลือกความสุขของตัวเอง เลือกจะใส่ความบ้าบิ่นไปเลยเต็มที่”

คอสตูมแซ่บไม่แพ้กัน?

ซิลวี่ – “เราก็มีส่วนในการสไตลิสต์ มี reference ไปให้เขา ขอแบบต้องแซ่บ เท่ แล้วก็ใส่อะไรก็ได้เลย ไม่ต้องกลัวว่าจะโป๊ เขาเลยกลับมาด้วยลุกส์เหล่านั้น คนที่บอกว่าเดี๋ยวแปะแค่จุกนม ไม่ต้องใส่เสื้อใน หนูเป็นคนบอกเองไฮคัตชุดสีขาวที่เว้าขึ้นไป หนูก็เป็นคนบอก ตอนแรกจะไม่ใส่ถุงน่องด้วยซ้ำ แต่สไตลิสต์บอกใส่หน่อยเถอะ (หัวเราะ) ทุกอย่างเกิดขึ้นจากความมั่นใจที่หนูไม่มายด์ มองว่าเป็นเรื่องการยอมรับตัวตนและโชว์ตัวตนในแบบที่ตัวเองเป็น เพราะฉะนั้นหนูค่อนข้างแฮปปี้ค่ะ”

พี่มิ้นท์ (มิณฑิตา) ดูแล้วว่าไงบ้าง?

ซิลวี่ – “ซัพพอร์ตเต็มที่ค่ะ เขาเป็นคนแรกๆที่ได้เห็น วันที่ไปถ่ายเอ็มวีก็ไปถ่ายด้วยกัน เขาก็ไม่ว่าอะไร”

สเตตัสคู่เรา?

ซิลวี่ – “(หัวเราะ) หนูค่อนข้างชัดเจนอยู่แล้วในไอจีหรือในยูทูบ ก็ออกมาบอกความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่อยู่แล้วก็ตามนั้นเลยค่ะ คือรักกันดี แล้วก็แฮปปี้ อยู่ด้วยกันช่วยกันสนับสนุน ช่วยกันพาไปในทางที่ดี เราช่วยซัพพอร์ตกันและกันเป็นพลังงานดีๆ ในชีวิตให้กันและกันค่ะ”

ฝากผลงาน?

ซิลวี่ – “ขอบคุณทุกๆ คนที่ให้การตอบรับเป็นอย่างดี ขอบคุณที่เปิดใจและเข้าใจความแตกต่าง ขอบคุณจริงๆ สำหรับกระแสตอบรับที่ดี คิดว่านี่คือการเคลื่อนไหวหนึ่งที่สามารถทำให้ประเทศไทยเจริญขึ้นได้ ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวศิลปินหน้าใหม่คนนี้ ศิลปินหน้าใหม่ที่อยู่มานาน แล้วก็ยังมีเพลงดีๆ ให้ฟังอีกเยอะมากค่ะ”

จิรณัฏฐ์ จงประสพมงคล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน