ดันปั้นวิศวะ‘เทคโนฯควอนตัม’ – การเติบโตของ “เทคโนโลยีควอนตัม” (Quantum Technology) ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา เริ่มคึกคักและมีแนวโน้มการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการทุ่มงบประมาณมหาศาลของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่างกูเกิ้ล ไอบีเอ็ม และ ดีเวฟ ที่มีเป้าหมายเพื่อการวิจัยและพัฒนาไปสู่การประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งพบว่าเป็นเทคโนโลยีมีจุดเด่น มีโอกาสเติบโตสูง และน่าลงทุนมากกว่าเมื่อเทียบกับ ‘เทคโนโลยีดิจิทัล’ ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

รศ.ดร.วันชัย ไพจิตโรจนา อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TSE) กล่าวถึงการพัฒนา “เทคโนโลยีควอนตัม” ของไทยในปัจจุบัน อาจเรียก ได้ว่าเป็น ‘ยุคบุกเบิก’ โดยมี ผู้เชี่ยวชาญจากหลายองค์กร อาทิ คณะวิศวกรรมศาสตร์ (TSE) และคณะวิทยาศาสตร์และเทค โนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สถาบันมาตรวิทยา และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ที่รวมกลุ่มในนาม “Quantum Technology Research Group” ซึ่งประกอบไปด้วยนักวิจัยจากสถาบันดังกล่าวกว่า 30 คน

นักวิจัยจากกลุ่มนี้จำนวนหนึ่งได้จัดตั้ง Quantum Technology Foundation (Thailand) หรือ QTFT ซึ่งเป็น สตาร์ตอัพที่ไม่แสวงหากำไร โดยมีวัตถุ ประสงค์เพื่อค้นคว้าวิจัย มีเป้าหมายในการพัฒนาและส่งเสริมเทคโนโลยีควอนตัมภายในประเทศ เพื่อลดการนำเข้าหรือการจัดซื้อจากต่างประเทศที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก พร้อมเดินหน้าสร้างการรับรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีควอนตัมเพื่อให้คนไทยมีความพร้อมสู่การเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีในอนาคตอันใกล้
เมื่อเราไม่สามารถหยุดยั้งสายพานการพัฒนาของเทคโนโลยีได้ การปรับตัวจึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น ซึ่ง TSE ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างอนาคตของคนรุ่นใหม่ และส่งเสริมให้มีทักษะความพร้อมที่จะเผชิญการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย โดยเฉพาะเทรนด์ของเทคโนโลยีควอนตัม โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาในภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ที่มีความสนใจได้ลงเรียนในรายวิชาที่เกี่ยวข้องตามความสมัครใจ

นอกจากนี้ ยังมีนักศึกษาในโครงการหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตสองสถาบัน หรือ TEP (Twinning Engineering Program mes) ที่มีโอกาสไปศึกษาต่อเกี่ยวกับ ‘วิศว กรรมคอมพิวเตอร์’ (Computer Engineering) ในชั้นปีที่ 3-4 ในมหาวิทยาลัยต่างประเทศที่อยู่ในความร่วมมือของ TSE อีกด้วย
ไม่เท่านั้น TSE ยังมอบโอกาสให้กับนักศึกษาในการไปฝึกงานที่ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ที่กำลังเดินหน้าโปรเจ็กต์ IBM Q เพื่อศึกษาการนำเทคโนโลยีควอนตัมมา ให้ประโยชน์ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการต่อยอดความรู้ทางวิชาการสู่การลงมือปฏิบัติที่ TSE พร้อมส่งเสริมตลอดหลักสูตร

รศ.ดร.วันชัยกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยจะไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวถ้าเรารู้จักการปรับตัวให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เช่นเดียวกับแนวโน้มการเติบโตของเทคโนโลยี ควอนตัมที่พร้อมพาเราไปสู่ยุคใหม่ นั่นคือ “ยุคควอนตัม” ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่ง TSE มองการเปลี่ยนผ่านนี้เป็นโอกาสของนักศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ในปัจจุบัน ที่ถึงเวลาต้องปรับเป้าหมายในการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการในอนาคต
ซึ่งนอกจากหลักสูตรการเรียนการสอนและการฝึกงานแล้ว TSE กำลังพัฒนา “ศูนย์ความเป็นเลิศด้านควอนตัมฟิสิกส์” ภายใต้การดำเนินงานร่วมกับภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อต่อยอดสู่การทดลองมากขึ้น โดยมั่นใจว่านักศึกษาของ TSE จะมีศักยภาพและเป็นกำลังสำคัญในขับเคลื่อนประเทศ เพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคควอนตัมได้ในอนาคต”

ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ รวมถึงข่าวสารของ TSE และการรับสมัครนักศึกษาใหม่ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.engr.tu.ac.th และ Facebook Fanpage ของ TSE ที่ www.facebook.com/ENGR.THAMMASAT