‘นิว-เป๊ก’มองไกล-ช่วยชุมชน – สืบเนื่องจากพิษการแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างหนัก ทำให้นักร้องสาว ‘นิว’ นภัสสร ภูธรใจ และ นักแสดงหนุ่ม ‘เป๊ก’ เปรมณัช สุวรรณานนท์ สามี ต้องประกาศปิดกิจการ “แบรนด์นิว ฟีลด์กู๊ด” ร้านอาหารสไตล์คาเฟ่กลางทุ่งนา ที่จ.เชียงใหม่ด้วยนักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางไปใช้บริการได้

หลังปิดกิจการดังกล่าวไปไม่นาน ล่าสุด ‘นิว-เป๊ก’ ก็ขอฮึดสู้อีกครั้ง คืนชีพ “แบรนด์นิว ฟีลด์ กู๊ด” จากที่เปิดที่จ.เชียงใหม่ มาเปิดที่กรุงเทพมหานคร โดยใช้ชื่อ “แบรนด์นิว ฟีลด์ กู๊ด บีเคเค” และปรับ รูปแบบการดำเนินกิจการให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน ด้วยการ ทำการค้าแบบเดลิเวอรี่ ไม่มีหน้าร้าน

อีกทั้งยังนำผลิตภัณฑ์วัตถุดิบทางเหนือที่มีแหล่งกำเนิดจากบ้านเกิด อย่างเช่น ข้าวดอย ไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่มฯลฯนำมาสร้างสรรค์เป็นเมนูสูตรเฉพาะของที่ร้าน ให้คนกรุงเทพฯได้ลองชิมและปรับเมนูให้ทันสมัยเข้าถึงกลุ่มคนเมือง

ทั้งสองคนควงคู่กันมาเปิดใจ เล่าถึงการเปิดร้านใหม่ในครั้งนี้

ล่าสุดกลับมาเปิดธุรกิจใหม่?

เป๊ก – “เปิดธุรกิจใหม่ที่ใส่ความเก่าเข้าไป ก็คือธุรกิจที่เรามีอยู่แล้ว แต่เราปรับตัวในยุคโควิด จาก แบรนด์นิว ฟีลด์ กู๊ด ร้านอาหารกลางนาที่ปิดตัวไป ก็ถึงเวลาแล้วที่มาเปิดในกรุงเทพฯ เพราะว่าเชียงใหม่ไม่มี นักท่องเที่ยว แล้วยอดต่างๆ ก็หายไป เราเลยตัดสินใจว่า เราอยู่กรุงเทพฯเราจะทำยังไง เรามีวัตถุดิบ เราทำเรื่องข้าวที่เราปลูกเองเอย มีไส้อั่ว มีน้ำพริกหนุ่มที่เป็นสูตรทางร้าน จะเอามาให้คนกรุงเทพฯได้ลองกินกันก็เลยเปิดเป็น ‘แบรนด์นิว ฟีลด์ กู๊ด บีเคเค’ ครับ”

ลุยตลาดเดลิเวอรี่?

นิว – “ใช่ค่ะ เพราะว่าตอนนี้หน้าร้านเรายังไม่มี ก็เป็นเดลิเวอรี่เท่านั้นค่ะ”

เป๊ก – “เพราะเราคิดไว้แล้ว หน้าร้านที่เขาให้เปิดกันก็ได้แค่ 10 เปอร์เซ็นต์ 20 เปอร์เซ็นต์ เปิดหน้าร้านไปก็ไม่แน่ใจ (หัวเราะ)”

นิว – “แต่ว่าเราจะจัดให้คุณเหมือนนั่งทานอยู่ในร้าน เพราะว่าอาหารของเราตกแต่งอย่างสวยงาม อยู่ที่บ้านแต่ทานอาหารเหมือนอยู่ที่ร้านได้เลยค่ะ”

เป๊ก – “หลายคนก็บอกว่าที่สั่งไป ก็แค่เอาลงจานปุ๊บ สีสันสวยงาม เฮ้ย! สวยเลย”

นิว – “รายละเอียดเราค่อนข้างเยอะค่ะ นอกจากข้าวที่เราอยากจะนำเสนอ เป็นข้าวดอยแล้ว เรายังมีผักพื้นเมือง ผักพื้นบ้าน วัตถุดิบทางเหนือไม่ว่าจะเป็นน้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกตาแดงอย่างนี้ค่ะ”

เตรียมการอยู่นานไหม?

เป๊ก – “ก็ 2-3 เดือนเลยนะ ตอนแรกมันเป็นความตั้งใจโดยไม่ได้ตั้งใจ คือหลังจากที่เราปรับตัวจากโควิด พนักงานที่เหลือจะยังไงดี จะปิดร้านหรือไม่ปิดร้านดี สุดท้ายเราก็หยุดเรื่องของเราก่อนคือปิดร้าน แต่ทีนี้เราก็ช่วยพนักงานโดยการให้ทำไส้อั่วส่งมาก่อน เป็นสูตรของเชฟเอียน ที่มีส่วนผสมของข้าวดอยอยู่ในนั้น หรือมาทำเป็นขนมปัง แรกๆ มันก็เป็นปัญหาเรื่องขนส่งบ้าง เรื่องสต๊อก เรื่องการดูแล อะไรต่างๆ นานา ที่เราจัดการได้ไม่เต็มที่บ้าง รู้สึกว่าเราจัดการได้มากที่สุดคือที่กรุงเทพฯ เราเลยสร้างฮับที่กรุงเทพฯ ขึ้นมา เพื่อจะได้สต๊อกของ กระจายของให้ได้มากที่สุด”

“พอเริ่มขายข้าว ขายน้ำพริกหนุ่ม ขายไส้อั่ว แล้วเอาข้าวหักมาทำขนมปัง เลยเกิดลุยเป็นเดลิเวอรี่เลยแล้วกัน เพื่อให้คนได้ลองกินข้าวดอยกันด้วย เราคิดว่าหากินข้าวดอยยากนะ เพราะข้าวดอยปลูกได้เฉพาะพื้นที่สูงเกินระดับน้ำทะเล 400 เมตร ฉะนั้นจะปลูกและหากินยาก แล้วรสชาติเหมือนข้าวด้งญี่ปุ่น จะเหนียวนุ่มหนึบๆ เราเลยเอาข้าวที่เราปลูกมาให้กินกันดีกว่า เรามีความสุขมากที่เราได้กินข้าวที่เราปลูกเอง เราเลยอยากแบ่งปัน”

เมนูอาหารเยอะไหม?

นิว – “เราคิดกันเยอะมาก เมนูจะไม่เหมือนเดิมเลย เราเอาโอกาสนี้เปลี่ยนแบรนดิ้งเราใหม่ เพื่อให้เข้ากับยุคสมัย ให้วัยรุ่นขึ้น เข้าถึงคน ได้ง่าย เมนูอาหารที่เราใช้ มีความครีเอตผสมผสานให้เข้าถึงคนได้ง่าย ยกตัวอย่างเช่นความเป็นไส้อั่ว แล้วใส่ไปในเปาะเปี๊ยะ ซึ่งทำใหม่หมดเลย หรือเกี๊ยวซ่าที่ผสมเมล็ดข้าวสาลีไปด้วย”

เป๊ก – “ทุกอย่างเราคิดก่อนว่า เราปลูกข้าวแล้วเราอยากให้คนอื่นที่จะกินข้าวของเราได้ยังไงโดยที่ข้าวเป็นตัวชูโรง ก็เลยมีหลายเมนูที่เรียกว่า ข้าวดอยด้ง ข้าวดอยที่เหมือนข้าวญี่ปุ่น แล้วเอามาโปะเป็นด้ง คนจะอุดหนุนข้าวสายพันธุ์ไทยไม่ได้เหรอ แล้วเราอยากช่วยชาวนาไทยบนดอยให้มีแหล่งปลูกข้าวได้มากขึ้น เราเลยเอาข้าวมาทำเมนูต่างๆ โดยใส่ความสมัยใหม่และแปลกใหม่ลงไป เพื่อให้มันสะดุดขึ้นมา โดยชูข้าวของเรา”

นิว – “เรารู้สึกว่าเราไม่ได้เป็นแค่คนที่อยากจะขายอาหารเดลิเวอรี่ค่ะ แต่เราเป็นคนที่ให้การศึกษาทุกคน ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องข้าว ตั้งแต่การปลูกจนถึงการเสิร์ฟ”

มีข้าวดอยเป็นตัวชูโรง?

เป๊ก – “เราคุยกันเรื่องที่ว่าเราได้รับพันธุ์ข้าวมา เรามีความรู้เรื่อง พันธุ์ข้าว เพราะเราปลูกข้าวดอย 14 สายพันธุ์ ข้าวสาลี 17 สายพันธุ์ ฉะนั้นเรามีความรู้เรื่องนี้โดยที่ยังไม่มีใครรู้ เราก็นำไปทดสอบเอาไปแปรรูปเป็นอาหารอะไรได้บ้าง เราไปหาเชฟที่เชียงใหม่ ที่ดังๆ แล้วก็ปรับไปเรื่อยๆ จนมามิกซ์กับเชฟที่นี่ ช่วยกันคิดซิว่าได้อะไรแปลกๆ ใหม่ๆ ต่อยอดเรื่องข้าวของเราได้ อยากให้เห็นนะว่ามีอะไรบ้าง มันหน้าตาดีและรสชาติดีด้วย”

สต๊อกข้าวเพียงพอไหม?

เป๊ก – “นี่แหละครับคือความลำบาก และมันแพงกว่าข้าวหอมมะลิด้วยนะ”

นิว – “นอกจากใช้ข้าวที่เราปลูกแล้ว เรายังอุดหนุนเกษตรกรบนดอย เขามีกลุ่มที่ขายข้าวพื้นเมืองอยู่ เราก็ติดต่อคุยกันตลอด เวลาจะซื้อก็ต้องสั่งล่วงหน้า และมีการแพ็กอย่างเรียบร้อย”

เป๊ก – “แต่ก็จะยากตรงที่เราไม่รู้ว่าจะมีมากน้อย เพราะตอนแรกพันธุ์ที่เราปลูกเอามาทำ มันอร่อยมาก แต่ปรากฏว่าข้าวหมดของไม่พอ ทีนี้ก่อนเปิดก็ต้องดูปริมาณว่าเรามีพอไหมตลอดปี คือเราตั้งใจเดินทางสายนี้แล้ว เราอยากให้คนได้ลองกินข้าวไทยทำแบบด้งครับ”

ความคาดหวังกับร้านนี้?

นิว – “อยากให้โตมากกว่าเดลิเวอรี่อยู่แล้ว แต่ว่าเรามาจริงจังกับมัน กับการเป็นผู้ปลูกข้าว ผู้ผลิตอาหารอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่เปิดแบบมีอาหารหน้าร้าน มันต้องไปไกลกว่านี้ อย่างแปรรูปข้าวเป็นอย่างอื่น หรือว่าส่งได้ทั่วประเทศ หรือมีช่องทางไหนที่ทำให้คำว่าข้าวของคนไทย ไปได้ไกลเราก็อยากจะทำ”

เป๊ก – “ในความตั้งใจ เราอยากโฟกัสร้านให้คนรู้จักเยอะๆ ไม่ใช่แค่เราอยู่กรุงเทพฯ แล้วเราอยากขายก็ขาย แต่เรื่องราวมันเกิดขึ้น คือเราเอาทุกอย่างมารวมกัน เราพัฒนาชุมชนของเราด้วย เราปลูกข้าวเองด้วย เพราะฉะนั้นเราช่วยตั้งแต่ต้นน้ำมาจนมาปล่อยให้กลางน้ำ ให้ทุกคนได้ลองกินกัน โดยที่เราทดลองกินแล้ว”

“เราเองเห็นว่าศาสตร์ต่างๆ ที่เรารู้มา ไม่ได้มีแค่ข้าว เรามีโปรดักต์อื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นของกินหรือของใช้ และนี่เป็นการช่วยกันในช่วงโควิดด้วยนะ”

“เราช่วยกลุ่มตลาดเชียงใหม่ ที่นักท่องเที่ยวไม่มี ชาวบ้านที่ขายของไม่รู้จะขายตรงไหน เราก็ไปเอามา เช่นวัตถุดิบแปลกๆ อย่าง ไก่ดำ เป็นต้น คือไม่ได้เป็นแค่ แบรนด์นิวฟีลด์กู๊ด คือเราเอาเรื่องราวที่เราเป็น เกษตรกรเอง มาเปิดร้านอาหาร โดยคิดเมนูใหม่ ปรับเมนูอาหารให้ โมเดิร์นถ่ายรูปสวยครับ”

พลเทพ สารภิรมย์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน