เหนือกว่าพ.ร.บ.ผังเมือง – เกือบทุกครั้งบทสรุปท้ายข้อความที่เขียนในเรื่องนี้ก็คือ การย้ำว่า เรามีกฎหมายที่ใช้ควบคุมอาคารจำนวนมากที่ซ้ำซ้อนและซับซ้อนในการตีความหมายของถ้อยคำทางภาษากฎหมายมาเป็นรูป, แบบ, ทางภาษาของการก่อสร้าง หรือภาษาทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม อันส่งผลให้เกิดปัญหาและข้อขัดข้องในการดำเนินการในโครงการการลงทุนภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนตลอดมา
ทำให้เกิดความสงสัยว่า ใครเป็นผู้รับผิดชอบและทำให้เกิดปัญหา อุปสรรคและข้อขัดข้องต่างๆ
ก่อนที่จะชี้ไปที่ต้นเหตุแห่งข้อสงสัย จะยกตัวอย่างของความซ้ำซ้อนและซับซ้อนในกฎหมายที่ทำให้เกิดความซ้ำซ้อน และ ซับซ้อนที่ปรากฏขึ้นในปัจจุบัน
พ.ร.บ.พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ.2561 ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก เพื่อส่งเสริมการประกอบ พาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมที่ใช้ เทคโนโลยีชั้นสูง (เพิ่มเติมจากโครงการอิสเทิร์น ซีบอร์ด) เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ ของชาติให้รุ่งเรืองอย่างยั่งยืนต่อไป มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และมีคณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอื่นอีก 14 ท่าน พร้อมกับผู้ทรงวุฒิอื่นอีก 11 ท่าน เป็นกรรมการ มีอำนาจหน้าที่ต่างๆ รวม 13 ประการและอำนาจหน้าที่ตามหมวด 2 กรรมการนโยบาย มาตรา 11 (3) ก็คือ
ให้ความเห็นชอบแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินและแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค อันเป็นการใช้อำนาจที่ซ้ำซ้อนแบบอำนาจของคณะกรรมการการผังเมืองตาม พร.บ.ผังเมือง ซึ่งก็มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในคณะกรรมการชุดนี้
ที่ซับซ้อนไปกับพ.ร.บ.การผังเมืองคือถ้อยคำในหมวด 4 การพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก มาตรา 29 ระบุว่า ให้สำนักงาน คณะกรรมการนโยบายพิเศษฯ จัดทำนโยบายและแผนภาพรวมเพื่อการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก แผนการใช้ประโยชน์ที่ดินในภาพรวม แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค …….. (เสนอต่อคณะกรรมการนโยบาย เห็นชอบ)
มาตรา 30 เมื่อคณะกรรมการนโยบายให้ความเห็นชอบตามแผนมาตรา 30 แล้ว ให้สำนักงานนโยบายฯ ร่วมกับกรม โยธาธิการและผังเมือง และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจัดทำ รายละเอียดของแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินและแผนผัง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค (ซึ่งแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคต้องประกอบด้วยระบบต่างๆ รวม 8 ระบบ) โดยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี นับแต่วันที่คณะกรรมการนโยบายให้ความเห็นชอบ
ประเด็นนี้ก็คือที่ให้อำนาจในการบริหารจัดการเรื่องการวางผังเมืองรวมของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายพิเศษภาคตะวันออกมีอำนาจสั่งการข้ามกระทรวงมหาดไทยไปยังกรมโยธาธิการและการผังเมืองดำเนินการจัดการจัดทำและจัดวางผังเมืองได้โดยตรง
มาตรา 32 บัญญัติไว้ว่า แผนผังที่จัดขึ้นตามมาตรา 30 นี้ หากได้รับความเห็นชอบจาก คณะกรรมการนโยบายและคณะรัฐมนตรีอนุมัติแล้ว “กฎหมายหรือข้อบังคับทางกฎหมายที่มี อยู่ก่อนให้ยกเลิก”
อำนาจตามมาตรา 32 นี้ คืออำนาจที่พระราชบัญญัติพัฒนาพิเศษมีอำนาจหน้าที่ทางการจัดทำและจัดวางผังเมือง มีอำนาจเหนือผังเมืองที่ออกตามพ.ร.บ.การผังเมือง
นายช่าง