เรื่องวัสสการพราหมณ์เข้าเฝ้า – เมื่อแน่ใจว่ากษัตริย์ลิจฉวีผู้เกรียงไกร แตกสามัคคีกัน แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่ายสายวัดบ้าง สายโรงแรมบ้าง สายรัฐมนตรีบ้าง อะไรทำนองนั้น ก็ส่งข่าวไปยังกษัตริย์แห่งมคธรัฐ ไม่ใช่ให้มารอ “เสียบ” แต่ให้ยกมาขยี้ให้แหลกลาญเลยทีเดียว ในที่สุดแคว้น วัชชีก็ตกอยู่ภายใต้อำนาจของแคว้นมคธภายใต้การปกครองของอชาตศัตรูมหาราช

เรื่องนี้ ชิต บุรทัต กวีเอกแห่งรัตนโกสินทร์ ได้รจนาเป็นคำฉันท์ไพเราะเพราะพริ้งมาก ใช้เป็นหนังสือเรียนของเด็กไทยสมัยก่อน เชื่อว่า สามัคคีเภทคำฉันท์ เด็กรุ่นใหม่ไม่รู้จักแล้วกระมัง ถ้าอยากรู้ว่าคนรุ่นปู่รุ่นพ่อเขาได้สึกษาวรรณคดีที่มีอรรถรสลึกซึ้งกินใจ จนท่องบทอาขยานขึ้นใจกันอย่างไร ก็ขอให้ไปหามาอ่านดู

ข้อมูลเกี่ยวกับวัสสการพราหมณ์น่าสนใจ แกถือตัวว่าตนเป็นมหาอำมาตย์ของราชสำนัก มีความรู้ดี จึงไม่ค่อยเคารพพระสงฆ์ (ข้อนี้ยืนยันว่าวัสสการพราหมณ์มิใช่ชาวพุทธ) ว่ากันว่า พระธนิยะถูกหาว่าลักไม้หลวงจนเป็นต้นเหตุแห่งปาราชิกสิกขาบทที่ 2 ก็เพราะวัสสการ พราหมณ์เป็นคนเอาเรื่อง ครั้งหนึ่งแกเห็นพระมหากัจจายนะเดินลงจากเขาคิชฌกูฏ พูดขึ้นว่า ท่านรูปนี้เป็นเหมือนลิง เมื่อมีผู้ขอให้ไปขอขมาท่านก็ไม่ยอม ภายหลังพระพุทธเจ้าทรงทราบตรัสว่า ถ้าวัสสการพราหมณ์ไม่ขอขมา ท่านมหากัจจายนะ ตายไปจะเกิดเป็นลิงในพระเวฬุวัน

วัสสการพราหมณ์ได้ยินก็กลัวจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ (แต่ไม่ยอมขอขมาพระ แสดงถึงความมีทิฐิมานะเหนียวแน่นจริงๆ) จึงไปปลูกไม้ผลไว้มากมายที่พระเวฬุวันเผื่อเกิดเป็นลิงจริงตามพุทธพยากรณ์จะได้มีผลไม้กิน ว่าอย่างนั้นเถอะ

และแล้วแกก็ไปเกิดเป็นลิงจริงๆ หลัง จากสิ้นชีวิต ข้อมูลนี้มีบันทึกไว้ในอรรถกถาทีฆนิกาย โดยพระอรรถกถาจารย์นามพุทธโฆษาจารย์ครับ

เสถียรพงษ์ วรรณปก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน