ถึงคิวลูกชายออร่าปัง ‘โบว์’ให้อิสระ‘ออโต้-มะลิ’ – ยิ่งโตยิ่งหล่อ สำหรับ ‘น้องออโต้’ กาญจน์โสภณ ตั้งตรงจิตร์ พี่ชายสุดหวงของ ‘น้องมะลิ ด.ญ.พาขวัญ’ และลูกชายคนเก่งของคุณแม่ ‘โบว์’ แวนดา สหวงษ์ ที่ตอนนี้โตเป็นหนุ่ม อายุ 17 ปีแล้ว แถมยังฉายแววศิลปิน ก่อนหน้านี้เหมือนจะเอาดีทางการร้องเพลงแบบชาวร็อก แต่มาตอนนี้ทั้งร้องทั้งเต้นสไตล์เกาหลีออร่าปังสุดๆ

งานนี้ข่าวสดบันเทิงไม่รอช้า ขอติดต่อพูดคุยกับหนุ่มหล่อออโต้และแม่โบว์ แต่หนุ่มออโต้เหนียมอาย บอกงานนี้ขอยกให้คุณแม่โซโล่คนเดียวเถอะ

ลูกชายหล่อบอกต่อด้วย?

โบว์ – “หล่อใช่ไหม ปกติธรรมดานะ มีสาวๆ มาแซว น่ารักดีค่ะ เป็นวัยของเขา ก็โอเคโตสมวัยเขา 17 แล้วอ่ะ เป็นหนุ่มแล้ว จริงๆ อย่าบอกต่อเลยเดี๋ยวปัญหาเข้ามาเยอะ (หัวเราะ) หล่ออยู่ในถ้ำนี่แหละ หล่อก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ที่โบว์อยากให้เขาเป็นมากกว่าก็คือลูกชายเก่งลูกชายดีบอกต่อด้วยดีกว่า หล่อไม่หล่อไม่ใช่ประเด็นสำคัญค่ะ อยากให้เขาเป็นคนดีและทำหน้าที่ในสิ่งที่เขาต้องทำมากกว่า”

คนชมเยอะ?

โบว์ – “จริงๆ ไม่มีใครชมเราก็ภูมิใจในตัวลูกเราในแบบของเราอยู่แล้ว แต่พอเรามาอ่านในโซเชี่ยลซึ่งต้องยอมรับว่าโซเชี่ยลมันมีทั้งแง่บวกและแง่ลบ มีความน่ากลัว บางทีเราเห็นเขามีคนชมเยอะๆ ก็ดีใจแหละ แต่ในความดีใจมันมีความกลัวมากกว่า กลัวเขาจะหลงและมีความสุขกับคำชม แล้วพอวันหนึ่งมีด้านลบที่ต้องเผชิญ กลัวเขาจะรับไม่ได้และรู้สึกนอยด์ เลยจะบอกเขาว่าเวลาเล่นโซเชี่ยลให้เล่นอย่างมีสติ เพราะเราอาจจะไม่ได้รับคำชมตลอดเวลา เขาก็จะบอกว่าโอเคลูกแม่ไม่หลงอยู่แล้ว คือต้องคอยเตือนค่ะ”

เริ่มมีคนทาบทามเข้าวงการหรือยัง?

โบว์ – “มีมาบ้างค่ะ ทุกอย่างที่เข้ามาเราก็จะให้เขาตัดสินใจเอง อยากไปไหน อยากทำอะไร จะไปออดิชั่นที่ไหน ก็จะถามเขาว่าอยากไหม ถ้าไปแล้วได้ไม่ได้ก็อีกเรื่อง เวลาไปไหนก็ตาม โบว์จะให้เขา ไปเอง ไม่ได้ไปด้วย แต่ก็ต้องบอกเขาก่อน ไม่ใช่ว่าแม่ไม่ห่วงนะ แต่ว่าหนูโตแล้ว”

สนับสนุนให้ลูกเข้าวงการไหม?

โบว์ – “แล้วแต่เขา ไม่ว่าจะเป็นทั้งมะลิทั้งออโต้ ไม่ว่าจะเป็นวงการไหนบนโลกใบนี้ บอกทั้งคู่ว่าถ้าชอบอะไรทำอะไรแล้วมีความสุขก็ให้ตั้งใจทำและไปให้สุด ตัวเราเป็นแม่จะคอยดูเขาข้างหลังและคอยสนับสนุนในสิ่งที่เขาชอบ แต่ก็จะบอกเสมอว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่หนูชอบ อย่างหนึ่งที่หนูทิ้งไม่ได้และต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งคือการเรียน”

ลูกชายปรึกษาเรื่องเข้าวงการบ้างไหม?

โบว์ – “ตอนนี้เขาชอบศิลปินบีทีเอสมาก แล้วเราก็ดูจากการที่เขาเต้น ออโต้ไม่เคยเรียนเต้นเลย ที่เขาเต้นเขาก็จะแกะมาจากยูทูบ แล้วกลายเป็นว่า เขาตั้งใจและออกมาเป็นเพลงที่เราได้ดู อันนี้มันก็เหมือนกับความชอบและพรสวรรค์เขาแล้วเพราะออกมาดี ทุกครั้งที่ดูคลิปมันก็จะยิ้มอัตโนมัติ”

จากนักร้องสายร็อกมาเป็นนักเต้นสายเกาหลีได้ยังไง?

โบว์ – “เออ…เอาจริงๆ เราเป็นแม่บางทีก็ยังงงกับเขาเลย เพราะปกติเขาเป็นเด็กขี้อาย ไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยมั่นใจ ในตัวเอง ตอนร้องเพลงก็ไม่เท่าไหร่ เหมือนยังมีอะไรนิดหนึ่งที่ยังไม่สุด แต่คือเหมือนมะลิเลย พอได้เต้นเมื่อไหร่แล้วเฮ้ย! ทำไมความอายที่เราเคยมองไว้ แต่เขาใส่ฟีลลิ่งทุกอย่าง เล่นหูเล่นตาตอนเต้น”

“เราเลยรู้สึกว่าน่าจะมาสายเต้นแล้วล่ะ ไม่น่าจะมาสายร็อกแล้ว เลยถามเขาว่าถนัดแบบไหน เขาบอกชอบทั้งสองอย่าง แต่เวลาเขาเต้นเขาสามารถปลดปล่อยได้ ลืมความอายไปในตัว เราก็เลยบอกว่างั้นเต็มที่ อยากเรียนเพิ่มอยากอะไรก็ว่ามา”

คลิปพี่น้องเต้นคู่กัน คนชอบมาก?

โบว์ – “เวลาได้ลงไปก็มีการตอบรับที่ดี คนดูก็เยอะ หลายคนก็บอกว่าแม่ทำคลิปบ่อยๆ เพราะเวลาดูแล้วมันหายเครียด เหมือนพี่สอนน้อง น้องสอนพี่ บางทีออโต้ก็จะถามมะลิว่าตรงนี้ทำยังไง บางทีมะลิก็ จะถามพี่ออโต้ว่าตรงนี้มันยังไง เป็นอีกกิจกรรมที่คนเป็นแม่นั่งดูแล้วเราก็ เพลินดี”

เห็นว่ามีเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกับลูกชาย?

โบว์ – “จริงๆ อย่างออโต้เราเคยคุยกันแล้วว่าหนูรู้แล้วว่าหนูชอบอะไร ทีนี้มันคือสิ่งที่หนูต้องพยายามแล้วว่าหนูจะไปทางไหน แล้วทุกสิ่งทุกอย่างที่หนูจะเป็นในอนาคตต่อจากนี้ แม่อยากให้มันมาจากออโต้เอง แม่ไม่อยากให้ทุกสิ่งทุกอย่างมันมาเพราะว่าเป็นลูกแม่โบว์ ดังมาได้เพราะแม่โบว์ หรือมีตัวตนได้เพราะแม่โบว์หรือน้องมะลิ”

“สมมตินะคะถ้าวันหนึ่งเขามีชื่อเสียงหรือประสบความสำเร็จในด้านที่เขาชอบ ก็อยากให้รู้สึกว่ามันมาจากตัวเขาเอง ไม่ได้มาจากแม่ แล้วก็ไม่ได้มาจากมะลิ ซึ่งก็คุยกัน เพราะเราก็กลัวลูกจะน้อยใจว่าบางทีทำไมลงรูปมะลิเยอะ ทำไมไม่ลงออโต้ ซึ่งตรงนี้เราเคลียร์และทำความเข้าใจกันแล้วว่าอะไรคืออะไร”

เรื่องสาวๆ ล่ะ?

โบว์ – “ไม่หวงนะ แต่จะบอกเขาตลอดว่ายังเด็กอยู่นะ เรายังมีหน้าที่ที่จะต้องทำ ยังต้องสานฝันตัวเองอยู่ ต้องตั้งใจเรียนอยู่ ถ้ามีมีได้แต่ต้องรู้ขอบเขต ต้องรู้ว่าเราควรจะคบกันแบบไหน เราจะบอกเสมออะไรก็ได้นะลูก แต่ขอไม่ลักขโมย ไม่พูดโกหก ยาเสพติดให้ห่าง และอย่าทำผู้หญิงท้อง (หัวเราะ) เราก็จะพูดในแนวบ้านๆ อย่านะลูกมันยังไม่ถึงเวลา จะบอกตลอดว่าผู้หญิงคือเพศแม่ หนูจะทำอะไรต้องให้เกียรติผู้หญิง แล้วอย่างหนึ่งที่ไม่ควรทำคือการเล่นกับความรู้สึกคน การบริหารเสน่ห์ตัวเอง หรืออยากรู้ว่าใครชอบเราก็ไปหว่านเสน่ห์ไปทอดสะพานแล้วถึงเวลาก็ทำร้ายเขา อย่างนี้ไม่เอา สิ่งที่แม่เกลียดที่สุดคือการเล่นกับความรู้สึกคน”

ลูกชายโสดไหม?

โบว์ – “มีไหม…ก็ถามว่ามียัง เขาบอกก็คุยๆ กันอยู่แม่ สมัยก่อนนะแต่ตอนนี้น่าจะโสดสนิทแล้วล่ะ ดีแล้วลูก โสดไปสัก 5-6 ปี (หัวเราะ)”

มะลิหวงพี่ชายไหม?

โบว์ – “หวงไม่หวงไม่รู้นะ แต่เขาชอบถามว่า อย่าให้รู้นะว่ามีอ่ะ ถ้ามีจะฟ้องแม่ เป็นเด็กอ่ะอย่ามีนะ มะลิไม่มีออโต้ก็ต้องไม่มี คือถ้าเขาไม่มีทุกคนก็ห้ามมี มะลิจะหวงโบว์มากกว่า เราก็จะบอกว่าแก่อย่างนี้ไม่มีใครเอาแล้วลูก เขาก็จะแบบอย่านะแม่ ตามประสาเด็ก”

อยากให้ลูกมีความสุขกับเส้นทางที่เลือกเดิน?

โบว์ – “แน่นอนว่าเขาก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบ เขาขาดพ่อทั้งคู่ แต่เราก็พยายามทำหน้าที่พ่อและแม่ให้เต็มที่ที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ โบว์จะถือว่าชีวิตเขาทั้งออโต้ทั้งมะลิมันไม่ใช่ของเรา ชีวิตเขาคือของเขา ไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็แล้วแต่ซึ่งมันอาจจะดูไม่เข้าตาใคร แต่ถ้าเส้นทางที่เขาเลือกเดินเป็นเส้นทางที่ทำให้ชีวิตเขาทั้งคู่มีความสุข แค่นี้โบว์พอใจแล้ว”

จิรณัฏฐ์ จงประสพมงคล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน