คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
โดย…เภรี กุลาธรรม
เร่งฉีดวัคซีนนักเรียน
กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ เตรียมฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้แก่นักเรียนในทุกสังกัดที่มีอายุระหว่าง12-17 ปี 11 เดือน 29 วัน
นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยความคืบหน้าว่าขณะนี้ให้สถานศึกษาประชุมทำความเข้าใจผู้ปกครองภายในวันที่ 21-24 ก.ย. พร้อมให้ผู้ปกครองกรอกเอกสารแสดงความประสงค์ฉีดวัคซีน
จากนั้นในวันที่ 25 ก.ย.ให้ส่งข้อมูลจำนวนนักเรียนไปยังศึกษาธิการจังหวัด ในวันที่ 27 ก.ย. สาธารณสุขจังหวัดจะส่งข้อมูลให้กรมควบคุมโรค เพื่อจัดสรรวัคซีนให้แต่ละพื้นที่ต่อไป
คาดว่าในวันที่ 1 ต.ค. สถานศึกษาจะทราบวันที่แน่นอนว่าจะได้รับการจัดสรรวัคซีนในวันไหน และนัดหมายให้นำนักเรียนมารับการฉีดวัคซีนต่อไป
ส่วนสถิติยอดป่วยและติดเชื้อโควิด-19 ในเด็กนั้น นพ.สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่าสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 จนถึงปัจจุบัน มีเด็กอายุ 0-19 ปี ป่วยติดเชื้อจำนวน 188,852 ราย
พบว่าเด็กอายุ 13-19 ปี ติดเชื้อกว่า 80,000 ราย เมื่อเทียบการติดเชื้อกับผู้ใหญ่แล้ว พบว่าเด็กติดเชื้อประมาณ 10-15%เห็นได้ว่าอัตราการติดเชื้อในเด็กเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนใหญ่ติดเชื้อมาจากผู้ปกครอง คนในครอบครัว และคนใกล้ชิด
ส่วนอัตราการเสียชีวิต จากข้อมูลวันที่ 5 มิ.ย.-16 ก.ย.พบนักเรียนเสียชีวิต 5 ราย ครู 9 ราย และบุคลากรทางการศึกษาอื่นๆ 4 ราย
สาเหตุที่เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักเรียนที่มีโรคประจำตัว ซึ่งอัตราที่เด็กเสียชีวิตอยู่ที่ 0.03%
นพ.สราวุฒิกล่าวถึงข้อมูลการฉีดวัคซีนเชื้อตายให้กับเด็กว่าขณะนี้มีหลายประเทศที่อนุมัติให้ใช้ฉีดให้เด็ก เช่น ประเทศจีน ชิลี และยูเออี
อย่างไรก็ตาม ยังพบข้อมูลการทดลองในระยะที่ 3 น้อยอยู่ แต่ขณะราชวิทยาลัยจุฬาลงภรณ์ ได้ฉีดซิโนฟาร์มให้เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษา เพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พิจารณา หากมีความคืบหน้าและพบว่ามีความปลอดภัย คาดว่าจะอนุมัติให้ฉีดได้
หลังจากนี้จะต้องศึกษาวิจัยเพื่อฉีดวัคซีนให้เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีด้วย เพื่อให้ครอบคลุมทุกระดับวัย!!