ราคานํ้ามันไทยไม่ได้แพงสุดในโลก – วันที่ 6 ต.ค. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น
สาเหตุมาจากความต้องการใช้พลังงานทั่วโลกเพิ่มขึ้นหลังจากทั่วโลก ฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมัน ทั่วโลกเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง ส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกในประเทศที่ปรับขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ห่วงใยเรื่องนี้ จึงสั่งการให้ติดตามสถานการณ์ราคาพลังงานอย่างใกล้ชิด
ราคาขายน้ำมันแต่ละประเทศขึ้นอยู่กับนโยบายของประเทศนั้นๆ แต่ละประเทศมีมาตรการภาษี ระบบการเก็บเงินเข้ากองทุน หรืออุดหนุนราคาพลังงานแตกต่างกัน ความจริงแล้วราคาน้ำมันในปัจจุบันไม่ได้สูงไปกว่ารัฐบาลก่อนตามที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แสดงความเห็นเรื่องภาษีน้ำมันสรรพสามิตในรัฐบาลก่อน แต่บริบทที่เปลี่ยนไปมีความแตกต่างต่อการบริหารประเทศอยู่แล้ว ซึ่งรัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือในหลายแนวทาง และต้องบริหารการเงินการคลังให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ด้วย
เมื่อเปรียบเทียบราคาน้ำมันระหว่างประเทศไทยและประเทศอื่นๆ พบว่าไทยไม่ได้ขายน้ำมันแพงที่สุดในโลก ราคาน้ำมันเบนซินอ้างอิง ณ วันที่ 4 ต.ค. ไทยขายที่ 31.15 บาท/ลิตร กัมพูชา 37.22 บาท/ลิตร สิงคโปร์ 63.79 บาท/ลิตร ส่วนราคาน้ำมันดีเซลอ้างอิง ณ 4 ต.ค.เช่นกัน ไทยขายอยู่ที่ 28.29 บาท/ลิตร กัมพูชา 30.19 บาท/ลิตร และสิงคโปร์ 51.87 บาท/ลิตร ที่นายพิชัยระบุรัฐบาลควร ลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันลง 5 บาท/ลิตร
โดยเปรียบเทียบกับสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปัจจุบันราคา น้ำมันดิบโลกอยู่ที่ 77.30 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ณ 6 ต.ค. ต่างจากสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่เคยสูง 106.86 เหรียญหรัฐ/บาร์เรล ณ ส.ค.2554 จึงต้องลดอัตราภาษีน้ำมันและเงินนำเข้ากองทุน ดังนั้นขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องลดอัตราภาษีลง