ข้อคิดเรื่องการสร้างที่อยู่อาศัยและการบูชาเทวดา – ภิกษุเหล่านั้นกลับไปหาพระพุทธเจ้า พระองค์ตรัสให้ สวดแผ่เมตตาให้แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย ทรงสอนให้ท่อง“กรณียเมตตสูตร” แล้วส่งกลับไปใหม่ เมื่อพวกเธอกลับไปใหม่และสวดกรณียเมตตสูตรทุกเช้าเย็น จิตใจของเหล่ารุกขเทวดาทั้งหลายก็อ่อนโยน มีความรักใคร่ปรารถนาดีต่อ พระสงฆ์ทั้งหลาย และพากันอารักขาให้พวกท่านจำพรรษาอยู่อย่างปลอดภัยตลอด 3 เดือน

อีกเรื่องหนึ่งน่าคิดมาก คนที่ทรงศีลมีคุณธรรมนั้น เทวดา ก็กลัวเกรง อนาถปิณฑิกเศรษฐีเป็นนายแบงก์ที่ใจบุญ สร้างวัดพระเชตวันถวายพระพุทธเจ้า ถวายความอุปถัมภ์บำรุงพระพุทธศาสนาด้วยจิตศรัทธาอันเต็มเปี่ยม ตั้งโรงทานสี่มุมเมือง ใส่บาตรพระวันละหลายร้อยเป็นประจำ

แม้บางครั้งการค้าขายจะขาดทุน ทรัพย์สินเงินทองร่อยหรอก็มิได้ลดจำนวนการทำบุญลง จนเทวดาผู้สิงสถิตอยู่ที่ซุ้มประตูคฤหาสน์ทนไม่ได้มาปรากฏตัวแล้วห้ามปรามว่า ไม่ให้ทำบุญมากขนาดนั้น ให้ลดๆ ลงบ้าง

เมื่อเศรษฐีรู้ว่าผู้ที่มาห้ามคือเทวดาที่อาศัยอยู่ที่ซุ้มประตูจึงออกปากขับไล่ไม่ต้องการให้เทวดาจิตใจคับแคบอย่างนี้มาอยู่ด้วยเทวดาถูกขับไล่ ไม่มีที่อยู่ต้องไปขอพระพุทธคุณเป็นที่พึ่ง พระพุทธเจ้ารับสั่งให้ไปขอขมาเศรษฐีเสีย เทวดาเธอจึงกลับไปขอขมา เศรษฐีได้ยกโทษให้ และอนุญาตให้อยู่ที่ซุ้มประตู ตามเดิม

เรื่องอย่างนี้บันทึกอยู่ในคัมภีร์พระศาสนา ปุถุชนบางท่านก็บอกว่าไม่ทราบว่าจะเชื่อหรือไม่เพราะมองไม่เห็น การอ้างว่าไม่อยากเชื่อเพราะตัวเองไม่เห็น ไม่มีน้ำหนักอะไร เหมือนคนตาบอดสองข้างปฏิเสธว่าไม่มีพระจันทร์และพระอาทิตย์เพราะเขามองไม่เห็น คนตาดีเขามีที่เขามองเห็นมีอยู่มากมาย

เสถียรพงษ์ วรรณปก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน