โอกาสลดดอกน้อยมาก – การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 29 ก.ย. 2564 มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% ต่อปี พร้อมทั้งประเมินเศรษฐกิจไทยในปีนี้ขยายตัวที่ 0.7% และ 3.9% ในปีหน้า โดยการฟื้นตัวจะมาจากการใช้จ่ายในประเทศเป็นสำคัญ หลังมีพัฒนาการด้านการฉีดวัคซีนที่ดีขึ้นชัดเจนทำให้สามารถผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคได้เร็ว กว่าคาด

คาดว่า กนง.จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.5% ต่อเนื่องตลอดปี 2564 และปี 2565 เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เป็นไปอย่างช้าๆ ตามภาคการท่องเที่ยวและแผลเป็นทางเศรษฐกิจที่มีมาก

ทั้งนี้ ประเมินว่า ขนาดของเศรษฐกิจไทยจะไม่กลับไปเท่ากับช่วงก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 ในปี 2562 จนกระทั่งช่วงกลางปี 2566 ขณะที่โอกาสที่ กนง.จะลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมมีน้อยลง จากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดที่เร็วกว่าคาด และเศรษฐกิจในระยะต่อไป ที่จะได้รับผลบวกจากการกระจายวัคซีนที่ปรับดีขึ้น

นอกจากนี้ ผลโหวตคงดอกเบี้ยนโยบายอย่างเป็นเอกฉันท์ และการสื่อสารของ กนง. ที่ว่า “มาตรการด้านการเงินจะมีประสิทธิผลมากกว่าการลดดอกเบี้ยที่ปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำ” ก็ทำให้ จึงมองว่าโอกาสลดดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้และปีหน้ามีน้อยลง

คาดว่า ธปท.จะยังให้น้ำหนักกับการเพิ่มประสิทธิภาพการส่งผ่านนโยบายการเงินผ่านการปรับมาตรการทางการเงินต่างๆ โดยเฉพาะในกลไกการลดความเสี่ยงด้านเครดิต เพื่อกระจายสภาพคล่องไปยังภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ SME ให้มากขึ้น

การสนับสนุนการปรับโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงิน รวมทั้งพิจารณาเข้าดูแลดอกเบี้ยในตลาดการเงินหากเกิดความผันผวนตามภาวะการเงินโลกที่อาจตึงตัวขึ้นในระยะข้างหน้า ด้านภาวะการเงินไทยในช่วงที่ผ่านมาปรับตึงตัวขึ้นจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยที่ปรับสูงขึ้นตามทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

อย่างไรก็ดี เงินบาทที่ปรับอ่อนค่าลงจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น เงินทุนเคลื่อนย้ายที่ไหลออกจากตลาดการเงินไทย และดุลบัญชีเดินสะพัดไทยที่ขาดดุลต่อเนื่อง ช่วยผ่อนคลายภาวะการเงินไทยลงได้บ้าง

ทั้งนี้ มองว่าค่าเงินบาท ณ สิ้นปี 2564 จะอยู่ที่ราว 33.3-33.8 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

EIC ธนาคารไทยพาณิชย์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน