เขาพระสุเมรุ – จักรวาลวิทยาของนิกายตัน ตระยาน กล่าวถึงศูนย์กลางของจักรวาลที่เรียกว่า ภูเขาเมรุ Mount Meru ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกับพุทธศาสนาในประเทศไทยที่พูดถึงศูนย์กลางของจักรวาลว่า พระสุเมรุ
รูปแบบของภูเขาเมรุของมหายานจะแตกต่างจากเขาพระสุเมรุ เราพรรณนาได้ว่า ภูเขาเมรุ จะอยู่กลางของจักรวาล มีสีสันดังนี้คือ
ด้านทิศตะวันออก มีสีขาวดังสีเงินยวง
ทิศใต้ มีสีน้ำเงิน ที่เรียกว่า ไพลินหรือ Blue Sapphire หรือ Lapis
ทิศตะวันตก มีสีแดงดั่งทับทิม
ทิศเหนือ มีสีทองผ่องอำไพ
รอบๆ ภูเขาเมรุประกอบด้วยทิวเขาสีทองล้อมรอบ 7 ทิว ลดหลั่นกันลงไปตามลำดับระหว่างทิวเขาทั้ง 7 จะมีทะเลน้ำจืดสนิทล้อมเป็นลำดับ รอบนอกสุดจะเป็นมหาสมุทรน้ำเค็ม เป็นขอบ ของจักรวาล
รอบของภูเขาเมรุนี้จะมีแผ่นดินทั้ง 4 ทวีปมีชื่อเรียกคล้ายกับทวีปทั้ง 4 ของพุทธศาสนาในประเทศ ไทย เช่น ทางทิศตะวันออกของเราเรียกชื่อว่าบุพเหมทวีป ทางมหายานนี้เรียกว่า Purvavideha มีสีขาว มีรูปพรรณสัณฐาน แผ่นทวีปเป็นรูป ครึ่งวงกลม
ทิศใต้ เราเรียกว่า ชมพูทวีป มหายานเรียกว่า Jambudvipa มีสีน้ำเงิน สัณฐานดังรูปขวาน
ทิศตะวันตก เราเรียกว่า อมรโคยานทวีป มหายานเรียกว่า Aparagodaniya มีสีแดงและมีสัณฐานเป็นรูปกลม
ทิศเหนือ เราเรียกว่า อุตรกุรุทวีป ฝ่ายมหายานเรียกว่า Uttarakuru เป็นแผ่นดินสีทอง มีสัณฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยม
รอบๆ ของทวีปเหล่านี้จะมีอนุทวีปหรือทวีปเล็กๆ รอบล้อมมีสัณฐานเหมือนกับมหาทวีปที่กล่าวมา และในทวีปทางทิศใต้หรือ Jumbudvipa เรียกอีกคำหนึ่งว่า จามบา หรือ Jamba ซึ่งเป็น ผลไม้สีชมพู เป็นอาหารของเหล่าพญานาค
ตัวภูเขาเมรุนี้จะประกอบด้วยพื้นที่เป็น 4 ชั้น
ชั้นแรกเป็นที่อยู่ของเหล่านาคหรืองู
ชั้นที่สองเป็นที่อยู่ของครุฑ หรือนก
ชั้นที่สามเป็นที่อยู่ของรากษส์ หรืออสูร
ชั้นที่สี่เป็นที่สถิตของเทพผู้ปกปักรักษามหาทวีปทั้งสี่ เหมือนบ้านเรา
ชั้นบนสุดเป็นที่อยู่ของพระอินทร์ซึ่งเป็นเทพสูงสุดเรียกว่า สวรรค์ มีสวนสวรรค์ที่อุดมไปด้วยพรรณไม้ นามจิตรลดา Chitradatha พร้อมด้วยเสนาเทวดา 33 องค์
ภูเขาเมรุนั้นยังประกอบด้วยสวรรค์ชั้นต่างๆ 6 ชั้น เหมือนความเชื่อเรื่องเขาพระสุเมรุของไทย
เทวดาสูงสุดของภูเขาเมรุมีชื่อว่า เการี Gauri ทำหน้าที่ป้องกันพญามาร
ชวพงศ์ ชำนิประศาสน์