เช็กด่วน สัญญาณเตือน มะเร็งรังไข่ ดูเหมือนอาการธรรมดา จนหลายคนมองข้าม “หมอเจด” ย้ำ จุดสำคัญ ถ้าอาการหลายอย่างมาพร้อมกัน อย่าปล่อยผ่าน

นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการกิจการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์เฟซบุ๊ก “หมอเจด” ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งรังไข่ โดยระบุว่า ท้องอืด-อิ่มเร็ว-ปัสสาวะบ่อย ระวัง! อาการธรรมดาที่อาจเป็นสัญญาณ “มะเร็งรังไข่”

มะเร็งรังไข่เป็นโรคที่ผมอยากให้ผู้หญิงรู้จักไว้ครับ เพราะช่วงแรกมันไม่ได้มาแบบอาการแรง ๆ เสมอไป หลายครั้งอาการกลับดูธรรมดามาก ท้องอืด อิ่มเร็ว แน่นท้อง ปัสสาวะบ่อย ปวดท้องน้อย หรือรู้สึกว่าหน้าท้องโตขึ้น จนบางคนคิดว่า “คงกินเยอะไป” “ช่วงนี้ลำไส้ไม่ดี” “อายุมากขึ้นก็แบบนี้แหละ” “คงเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ” แล้วก็ปล่อยผ่านไปเรื่อย ๆ

ตรงนี้ผมไม่ได้อยากให้ทุกคนตกใจกับอาการธรรมดานะครับ เพราะอาการเหล่านี้เกิดจากโรคที่ไม่ร้ายแรงได้เยอะมาก แต่สิ่งที่สำคัญ คือ ถ้ามันเกิดใหม่ เป็นบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ และไม่เหมือนตัวเราเดิม โดยเฉพาะถ้าหลายอาการมาอยู่ด้วยกัน ควรตรวจให้ชัดครับ

1.ท้องอืดทุกวัน ไม่ใช่แค่หลังกินของบางอย่าง

ท้องอืดเป็นอาการที่เจอบ่อยมากครับ กินนมแล้วอืด กินถั่วแล้วอืด ท้องผูกก็อืด ลำไส้แปรปรวนก็อืดได้ เพราะฉะนั้นท้องอืดครั้งสองครั้งไม่ได้แปลว่ามีมะเร็ง แต่ถ้าจากเดิมไม่เคยเป็น แล้วช่วงหลังเริ่มรู้สึกว่า
ท้องป่องเกือบทุกวัน แน่นท้องตลอด กางเกงหรือกระโปรงเริ่มคับขึ้นตรงพุง ทั้งที่น้ำหนักไม่ได้ขึ้นชัดเจน แบบนี้ควรเริ่มสังเกตครับ

เพราะก้อนในรังไข่หรือของเหลวในช่องท้อง สามารถทำให้ท้องโตและแน่นขึ้นได้ ลักษณะสำคัญ คือมันมักไม่ได้อืดแค่หลังอาหารบางมื้อ แต่จะเป็นต่อเนื่องและเริ่มรบกวนชีวิตมากขึ้น

2.กินนิดเดียวก็อิ่ม ทั้งที่เมื่อก่อนกินได้ปกติ

อาการนี้คนมักโยนไปให้กระเพาะก่อนครับ “ช่วงนี้กระเพาะไม่ดี” “อาหารไม่ย่อย” “อายุเยอะแล้วกินได้น้อย” แต่ถ้ากินได้แค่ไม่กี่คำแล้วรู้สึกเต็มท้องเร็วผิดปกติ โดยเฉพาะถ้าเป็นต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ต้องหาสาเหตุครับ

ในกรณีมะเร็งรังไข่ ก้อนหรือของเหลวในช่องท้องอาจไปเบียดกระเพาะและอวัยวะข้างเคียง ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น บางคนเลยเริ่มกินน้อยลงเรื่อย ๆ จากข้าวหนึ่งจาน เหลือครึ่งจาน จากที่เคยกินครบสามมื้อ เริ่มกินไม่ลง น้ำหนักค่อย ๆ ลดโดยไม่ได้ตั้งใจ

อาการแบบนี้ไม่ควรสรุปเองว่า “ระบบย่อยไม่ดี” แล้วกินยาลดกรดต่อไปเรื่อย ๆ ครับ โดยเฉพาะถ้ามีท้องอืดหรือท้องโตขึ้นร่วมด้วย

3.ปัสสาวะบ่อย ไม่ได้มีแต่เบาหวานหรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

ปัสสาวะบ่อยมีสาเหตุได้เยอะมากครับ ดื่มน้ำเยอะ กินกาแฟ เบาหวาน ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
กระเพาะปัสสาวะไวเกิน หรือยาบางชนิด

แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ เช่น จากเดิมเข้าห้องน้ำทุก 3–4 ชั่วโมง กลายเป็นต้องเข้าทุกชั่วโมง
หรือรู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยทั้งที่ออกมาไม่มาก หนึ่งในสาเหตุที่ต้องนึกถึง คือ มีก้อนในอุ้งเชิงกรานไปกดกระเพาะปัสสาวะครับ

ถ้ามีแค่ปัสสาวะบ่อยอย่างเดียว โอกาสเป็นโรคอื่นยังมีมาก แต่ถ้ามาพร้อมกับท้องอืด อิ่มเร็ว แน่นท้อง หรือปวดท้องน้อยเรื้อรัง ความหมายจะต่างออกไปครับ

4.ปวดท้องน้อยหรือแน่นอุ้งเชิงกรานแบบที่ไม่เคยเป็น

บางคนบอกว่า “มันไม่ถึงกับปวดมากนะ แค่รู้สึกหน่วง ๆ” นี่แหละครับที่ทำให้ปล่อยผ่านง่าย มะเร็งไม่ได้จำเป็นต้องปวดจนทนไม่ไหวตั้งแต่ต้น อาจเริ่มจากความรู้สึกแน่น หน่วง หรือหนักบริเวณท้องน้อยและอุ้งเชิงกราน บางคนรู้สึกเหมือนมีอะไรกดอยู่ข้างใน บางคนปวดหลังส่วนล่างร่วมด้วย

ถ้าเป็นช่วงสั้น ๆ แล้วหาย อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถ้าความรู้สึกนี้เกิดใหม่ แล้วอยู่ต่อเนื่องหรือถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ควรตรวจครับ โดยเฉพาะหลังหมดประจำเดือนแล้ว ถ้ามีอาการในอุ้งเชิงกรานใหม่ ๆ ยิ่งไม่ควรปล่อย

5.รอบเอวโตขึ้น แต่น้ำหนักไม่ได้ขึ้นตาม

อาการนี้หลายคนมองว่า “ลงพุงตามวัย” ซึ่งก็เป็นไปได้ครับ แต่ความแตกต่าง คือ ถ้าไขมันเพิ่มจริง น้ำหนักมักมีแนวโน้มเพิ่มตามไปด้วย

ถ้าช่วงสั้น ๆ รู้สึกว่าท้องโตขึ้นชัดเจน เสื้อผ้าคับขึ้นบริเวณหน้าท้อง แต่ตัวส่วนอื่นไม่ได้ใหญ่ขึ้นมาก หรือบางคนกลับน้ำหนักลดด้วยซ้ำ แบบนี้ต้องหาสาเหตุครับ

หนึ่งในสิ่งที่แพทย์จะนึกถึง คือ มีก้อนในช่องท้องหรือไม่ มีน้ำในช่องท้องหรือเปล่า หรือมีโรคของอวัยวะในอุ้งเชิงกรานอื่นร่วมด้วยไหม

อย่าดูแค่ตาชั่งครับ รูปร่างที่เปลี่ยนแบบผิดปกติก็ให้ข้อมูลได้เหมือนกัน

อาการมาแบบ “หลายอย่างพร้อมกัน” ต้องให้ความสำคัญมากขึ้น

อันนี้เป็นจุดสำคัญที่สุดครับ ถ้ามีแค่ท้องอืดอย่างเดียว อาจเป็นเรื่องลำไส้ มีแค่ปัสสาวะบ่อยอย่างเดียว อาจเป็นเรื่องทางเดินปัสสาวะ มีแค่อิ่มเร็วอย่างเดียว อาจเป็นเรื่องกระเพาะ

แต่ถ้าเริ่มมีหลายอย่างพร้อมกัน เช่น ท้องอืดบ่อยขึ้น อิ่มเร็วขึ้น ปัสสาวะบ่อยขึ้น แน่นท้องน้อยมากขึ้น และเกิดแทบทุกวันต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ตรงนี้ไม่ควรดูแยกทีละอาการแล้วรักษาไปเรื่อย ๆ ครับ ควรมองภาพรวมและตรวจหาสาเหตุให้ชัด เพราะโรคบางอย่างไม่ได้ส่งสัญญาณด้วยอาการเดียว มันส่งมาเป็น “ชุดอาการ”

ใครบ้างที่ควรระวังมากขึ้น

มะเร็งรังไข่เกิดได้ในผู้หญิงทั่วไปครับ แต่ความเสี่ยงจะสูงขึ้นในบางกลุ่ม เช่น คนอายุมากขึ้น โดยเฉพาะหลังหมดประจำเดือน คนที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งรังไข่หรือมะเร็งเต้านม โดยเฉพาะญาติสายตรงหลายคน คนที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรมบางชนิด เช่น BRCA1 หรือ BRCA2

รวมถึงบางครอบครัวที่มี Lynch syndrome แต่ข้อนี้อยากย้ำครับ ไม่มีประวัติครอบครัว ก็ยังเป็นได้ ดังนั้น อย่ารอให้มีญาติเป็นก่อน ถึงค่อยให้ความสำคัญกับอาการตัวเอง

ไม่มีการตรวจคัดกรองง่าย ๆ สำหรับผู้หญิงทั่วไปเหมือนมะเร็งปากมดลูก

ตรงนี้คนสับสนกันเยอะครับ มะเร็งปากมดลูกมีการตรวจคัดกรองด้วย HPV test หรือ Pap test แต่มะเร็งรังไข่ยังไม่มีการตรวจคัดกรองทั่วไปที่พิสูจน์ว่าช่วยลดการเสียชีวิตได้ดีพอสำหรับผู้หญิงที่ไม่มีอาการและไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง

บางคนคิดว่า “ตรวจ CA-125 ทุกปีพอไหม?” ไม่พอครับ CA-125 สูงได้จากหลายโรคที่ไม่ใช่มะเร็ง และมะเร็งรังไข่บางรายก็ไม่ได้ทำให้ค่านี้สูงตั้งแต่ต้น อัลตราซาวนด์ก็เช่นกัน ไม่ได้ใช้เป็นการคัดกรองประจำสำหรับผู้หญิงทุกคนโดยไม่มีข้อบ่งชี้ ฉะนั้น สิ่งสำคัญมาก คือ รู้จักอาการที่ผิดจากปกติของตัวเอง และไปตรวจเมื่อมีเหตุผลครับ

ถ้ามีอาการแล้ว ต้องตรวจอะไรบ้าง? แพทย์จะเริ่มจากประวัติและตรวจร่างกายครับ ดูว่าอาการเป็นมานานแค่ไหน ถี่ขึ้นหรือไม่ น้ำหนักเปลี่ยนไหม มีเลือดออกผิดปกติหรือไม่ มีประวัติครอบครัวหรือเปล่า

จากนั้นอาจพิจารณาอัลตราซาวนด์อุ้งเชิงกราน โดยเฉพาะ transvaginal ultrasound ตามความเหมาะสม บางคนอาจต้องตรวจเลือด เช่น CA-125 ร่วมด้วย ถ้าพบก้อนที่มีลักษณะน่าสงสัย ก็อาจต้องตรวจภาพเพิ่มเติมและส่งต่อสูตินรีแพทย์หรือแพทย์มะเร็งนรีเวชครับ

อย่าไปตรวจ CA-125 ตัวเดียวแล้วสรุปเองว่าเป็นหรือไม่เป็นมะเร็ง ต้องดูร่วมกับภาพอัลตราซาวนด์ อายุ อาการ และลักษณะของก้อนครับ

อาการแบบไหนไม่ควรรอดูต่อเอง ถ้ามีท้องอืด อิ่มเร็ว แน่นท้อง หรือปัสสาวะบ่อยแบบใหม่ ๆ และเกิดซ้ำเกือบทุกวันต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ควรไปตรวจครับ ยิ่งถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ยิ่งควรรีบประเมิน

  • น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ
  • ท้องโตขึ้นเรื่อย ๆ
  • ปวดท้องหรืออุ้งเชิงกรานมากขึ้น
  • มีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ โดยเฉพาะหลังหมดประจำเดือน
  • อ่อนเพลียมาก กินได้น้อยลงชัดเจน
  • หายใจลำบากหรือท้องบวมมาก

ไม่ต้องรอให้ปวดหนักครับ เพราะโรคในช่องท้องหลายชนิดยิ่งตรวจตอนอาการยังไม่มาก ยิ่งมีโอกาสวางแผนได้เร็วกว่า

สรุปครับ ท้องอืด อิ่มเร็ว ปัสสาวะบ่อย เป็นอาการธรรมดาที่เกิดจากโรคไม่ร้ายแรงได้เยอะมาก
แต่สิ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือ อาการเกิดใหม่ เป็นบ่อยขึ้น เป็นต่อเนื่อง และมีหลายอย่างมาด้วยกัน

มะเร็งรังไข่ไม่ได้มีอาการเฉพาะตัวที่ชัดเจนตั้งแต่ต้นครับ ฉะนั้น อย่ารอให้มีอาการแรงถึงจะไปตรวจ ถ้าร่างกายเริ่มเปลี่ยนจากสิ่งที่เราเคยเป็น โดยเฉพาะหลังหมดประจำเดือน หรือมีความเสี่ยงในครอบครัว ควรหาสาเหตุให้ชัด ไม่ใช่เพื่อทำให้ตัวเองกลัวครับ แต่เพื่อไม่ปล่อยให้คำว่า “คงไม่มีอะไร” กลายเป็นเหตุผลที่ทำให้เราช้าเกินไป

ที่มา : หมอเจด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน