‘สส.นิยม’ลั่นกมธ.ศาสนา ลุยสอบปมปลด3เจ้าคณะจังหวัด – นายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ออกมาให้ข่าวหลังประชุม กมธ.ศาสนาฯ ว่า ไม่มีอำนาจสอบเรื่องการปลดเจ้าคณะจังหวัด จึงยุติเรื่องว่า เรื่องยังไม่ได้ยุติ ยังดำเนินการสอบต่อ
ขอชี้แจงว่าเมื่อมีการร้องเรียน กมธ.ก็มีอำนาจในการสอบหา ข้อเท็จจริง แต่ไม่มีอำนาจชี้ถูกผิดหรือลงโทษ เมื่อได้ข้อเท็จจริงแล้วก็เสนอประธานสภาเพื่อแจ้งให้นายกฯ ไปดำเนินการแก้ไขต่อไป การที่นายไพบูลย์ออกมาให้ข่าวเช่นนี้ จึงไม่ตรงกับที่หารือในการประชุม กมธ. โดยที่ประชุมเสนอเพียงว่า เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงขอไม่ให้มีการให้ข่าวจนกว่าจะเขียนสรุปรายงานผลการศึกษาออกมาเป็นเอกสารก่อน มิเช่นนั้นจะกระทบกับหลายฝ่าย
ขณะนี้ เพิ่งเรียกสำนักพุทธฯ มาให้ข้อมูลเท่านั้น และสำนักพุทธฯ ให้ข้อมูลว่าเจ้าคณะใหญ่เป็นผู้เสนอขึ้นมา ทางสำนักพุทธฯ ไม่ทราบเหตุผล คาดว่าอาจจะมีผู้ร้องเรียน เจ้าคณะหนจึงเสนอปลด มันก็ขัดแย้งกันกับที่สมเด็จหลายรูปให้ข้อมูลมาก่อนหน้านี้ว่าไม่ทราบเรื่องการปลดมาก่อน
นายนิยมกล่าวอีกว่า ตามขั้นตอน กมธ.ก็ต้องมีหนังสือสอบถามข้อเท็จจริงไปยังเจ้าคณะหนหรือเจ้าคณะภาค ว่าทางเจ้าคณะหนมีขั้นตอนการปลดอย่างไร มีการตั้งคณะกรรมการสอบก่อนหรือไม่ หรือว่าเป็นดุลยพินิจของเจ้าคณะหนเอง แล้วมีอะไรเป็นหลักในการใช้ดุลยพินิจ จากนั้นก็จะเรียกฝ่ายที่ร้องเรียนเข้ามาให้ข้อมูล จึงจะสรุปข้อเท็จจริงได้ ดังนั้น กมธ.ยังไม่ได้สรุปอะไร อยู่ในขั้นตอนการเรียกสำนักพุทธมาให้ข้อมูล ยังไม่ได้เรียกคนอื่นมา การที่นายไพบูลย์ออกมาให้ข่าวจึงเป็นความเห็นส่วนตัวของนายไพบูลย์คนเดียวเท่านั้น ยังไม่ใช่ข้อสรุปของ กมธ.ศาสนาแต่อย่างใด
“ที่นายไพบูลย์อ้างอีกว่าเจ้าคณะจังหวัดถูกปลดจากตำแหน่งทางการปกครอง ไม่ใช่เรื่องอธิกรณ์ เพราะไม่ได้ถูกร้องเรียนอาบัติปาราชิก ถึงไม่มีการสอบก็สามารถปลดได้นั้น เป็นการแสดงความคิดเห็นที่เป็นอันตรายต่อวงการพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง หากไม่มีความรู้ทางคณะสงฆ์อย่าพูดเสียยังจะดีกว่า ตนขอทำความเข้าใจเรื่องนี้ หากเห็นว่าพระสังฆาธิการถูกร้องเรียนความผิดต่อตำแหน่งทางการปกครอง ก็ตั้งกรรมการสอบจริยาพระสังฆาธิการ ถ้าถูกร้องเรียนอาบัติก็สอบอธิกรณ์ว่าผิดอาบัติหรือไม่
กรณีนี้เป็นเรื่องการปลดจากตำแหน่งทางการปกครองในระดับเจ้าคณะจังหวัด ซึ่งเจ้าคณะหนและเจ้าคณะภาคต้องตั้งกรรมการสอบจริยาพระสังฆาธิการ กฎมหาเถรสมาคมกำหนดเอาไว้ชัดเจน” นายนิยมกล่าว