ตัวอย่างเมืองเยอรมัน – หน่วยงานรัฐระบุว่าปี 2565 จะประกาศผัง EEC ทั้งหมด 30 อำเภอ แต่บัดนี้ก็ใกล้จะสิ้นปี 2564 ยังไม่เห็นผังเมือง EEC ที่ควรต้องมีรายละเอียดของการวางผังเมืองกันอย่างชัดเจน สอดคล้องกับบทบัญญัติในพ.ร.บ.การผังเมือง 2562 ที่หมายรวมไปถึงแผนผังการพัฒนาเมืองอย่างละเอียดครบถ้วน
มีแต่ความเงียบ??
ขณะนี้ประชาชนควรได้รับทราบแนวทางของการจัดวางผังเมือง 30 อำเภอ ซึ่งทับซ้อนลงไปบนพื้นที่ในการใช้ประโยชน์เดิมเป็นอย่างไร เพราะแต่ละผังเมืองทั้ง 30 อำเภอจะไม่เหมือนกัน แตกต่างกันทั้งระบบ ทั้งเมือง รูปแบบ รูปทรง ทั้งของอาคารและสภาพแวดล้อมของเมือง
หลักการของการวางผังเมืองไม่ว่าจะอยู่ในระดับใดก็ตาม สิ่งที่จะต้องรู้เพื่อกำหนดพื้นที่ใช้สอยของผู้คนในเมือง ได้แก่
1.การคาดการณ์ของประชากรที่จะอยู่อาศัยหรือเข้ามาประกอบกิจการในพื้นที่เมืองเป็นใคร มีจำนวนเท่าไร วัฒนธรรมผู้คนมีสภาพของมนุษย์ มิใช่เครื่องจักรหรือหุ่นยนต์ และยังเชื่อมโยงไปยังข้อที่ 2 คือ
2.จะกำหนดที่ว่างของเมืองคือ ที่ว่างที่ใช้เพื่อประโยชน์ทางสาธารณูปโภค ถนน คูคลอง รวมทั้งที่ว่างเพื่อการพักผ่อนพื้นที่เหล่านี้ควรจะมีอัตราส่วนเท่าใด ระหว่างคนต่อพื้นที่ว่างหรือสัดส่วนของพื้นที่ว่างกับพื้นที่เมือง เพราะเมืองเหล่านี้จะต้องวางผังออกแบบใหม่ที่ทับกันลงบนแนวหลักของเมืองของเดิมและอาจจะต้องมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง รื้อถอนสาธารณสมบัติเดิม รวมทั้งอาจจะต้องมีการรื้อถอนเวนคืนที่ดินของประชาชนด้วย
กรณีดังกล่าวขอยกตัวอย่างประเทศเยอรมนี แต่ละเมืองของเยอรมนีมีระบบการผลิตที่แตกต่างกัน จำนวนประชาชนแตกต่างกัน แต่สิ่งที่ทำให้เมืองของเขาดูไม่แออัดหรืออึดอัดก็คือ การกำหนดที่ว่างของเมืองซึ่งไม่เท่ากัน
เมืองมิวนิก นอกจากเมืองจะมีที่ว่าง เช่น ถนนหนทางที่กว้างขวางแต่ร่มรื่นด้วยไม้ใหญ่ ยังมีศูนย์กลางของชุมชนเมืองที่ประชากรมาใช้พื้นที่บริเวณนี้ร่วมกันในกิจกรรมต่างๆ ตลอดเวลา
เมืองดอร์ตมุนด์ เมืองอุตสาหกรรม ถนนในเมืองจะอยู่ขนาบด้วยสวนไม้ใหญ่คลุมไปทั้งเมือง สนามฟุตบอลขนาด 75,000 คนอยู่กลางส่วนสาธารณะ ศูนย์การค้าของเมืองอยู่ติดกับสถานีรถไฟแต่แยกจากกันด้วยถนนกว้างที่ไม่มีการจราจรติดขัด
คำถามก็คือ ถ้าจะเอาเมืองเหล่านี้เป็นต้นแบบ เป็นแนวทางความคิดของการจะพัฒนาเมือง คณะกรรมการนโยบายจะวางแผนให้เป็นไปเช่นนี้ได้อย่างไร หากยังไม่ได้กำหนดแนวนโยบายของพื้นที่หรือจัดทำแผนผังเหล่านี้ให้เตรียมพร้อมไว้และอธิบายกับประชาชนในพื้นที่
หากประชาชนไม่ได้รับรู้ว่าเมืองทั้ง 30 เมืองที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมไปนั้น เปลี่ยนไปอย่างไร การคัดค้านก็ต้องเกิดขึ้น และหากนโยบายการให้คนต่างชาติหรือนักวิชาการหรือนักลงทุนที่มาลงทุนเข้าอยู่ในพื้นที่ การคัดค้านก็จะดังขึ้น
ทำไมสิ่งดีๆ ที่ควรจะบอกกัน ฟังกัน จึงไม่ค่อยเกิดขึ้น แล้วอย่างที่ขอกันคือขอความร่วมมือ ความร่วมมือจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ถ้าไม่รู้ข้อเท็จจริงให้ช่วยกันคิด ช่วยกันศึกษา
นายช่าง