ข้อคิดเรื่องการสร้างที่อยู่อาศัย และการบูชาเทวดา – 1) เลี้ยงตัว มารดาบิดา บุตรภรรยา และคนในปกครองทั้งหลายให้มีความสุข

2) บำรุงมิตรสหายและผู้ร่วมกิจการงานให้เป็นสุข

3) ป้องกันภยันตราย พูดอย่างสมัยนี้ก็ว่าประกันภัยไว้บ้างหลายๆ กรมธรรม์หน่อยว่าอย่างนั้นเถอะ

4) ทำพลี (สงเคราะห์) 5 อย่าง คือ

– ญาติพลี สงเคราะห์ญาติ ทั้งญาติฝ่ายตนและญาติฝ่ายสามีภรรยา

– อติถิพลี ต้อนรับแขก กันไว้บางส่วนเป็นงบต้อนรับแขก

– ปุพพเปตพลี ทำบุญอุทิศให้ผู้ล่วงลับตามคติทางพุทธศาสนา

– ราชพลี บำรุงราชการด้วยการเสียภาษีอากร เป็นต้น ทำได้มากก็เสียมากอย่าได้หลบเลี่ยงภาษี

– เทวตาพลี สงเคราะห์เทวดาตามความ เชื่อถือ (ในกรณีเช่นนี้จะลงทุนสร้างศาลพระภูมิ หรือสถานที่ให้เทวดาอยู่ แล้วสักการบูชาตามความเหมาะสมก็ได้ หรือไม่สร้างศาลไม่ให้ที่อยู่ เวลาทำบุญกุศลใดมาก็ตั้งใจอุทิศให้เทวดา หรือแผ่เมตตาไปให้ อย่างนี้ก็จัดเข้าในเทวตาพลีเหมือนกัน)

5) อุปถัมภ์บำรุงสมณพราหมณ์ผู้ประพฤติธรรมไม่ว่าพระสงฆ์หรืออุบาสกอุบาสิกาก็ตาม ใครที่ประพฤติธรรม เป็นผู้นำทางสติปัญญาแก่สังคม ก็ควรได้รับการอุปถัมภ์บำรุงตามสมควร

เห็นได้ชัดว่า พระพุทธศาสนามิได้ตั้งหน้าตั้งตาจูงคนเข้าถึงนิพพานท่าเดียว ใครที่บารมียังไม่ถึง อยากจะ “เวียนว่าย” อยู่ในโลกียวิสัยก็ผ่อนปรนให้อยู่ต่อไป และให้อยู่อย่าง มีคุณค่า นั่นคือพึ่งตนได้ทางเศรษฐกิจแล้ว ก็ให้สังคมได้พึ่งได้ด้วย

ขอวกกลับมายังวัสสการพราหมณ์และ สุนิธพราหมณ์ ทั้งสองคิดว่าวันนี้ถ้าพระพุทธเจ้าเสด็จออกประตูเมืองประตูใด จะตั้งนามประตูตามพระนามของพระองค์ เสด็จข้ามแม่น้ำคงคา ณ ท่าใด จะตั้งชื่อตามพระนามของพระองค์เช่นกัน

ที่เมืองปาฏลีบุตรจึงเกิดมี “ประตูโคตมะ” และ “ท่าน้ำโคตมะ” มาแต่บัดนั้น พระพุทธเจ้าทอดพระเนตรเห็นผู้คนกำลังลงเรือแพข้ามน้ำอย่างขวักไขว่ จึงตรัสปริศนาธรรมให้นำไป คิดว่า

อยากจะข้ามห้วงน้ำก็ต้องสร้างสะพานหรือพึ่งเรือแพ

ขณะที่ชนบางหมู่เหล่ากำลังสร้างสะพานหรือผูกทุ่นอยู่

คนมีปัญญาเขาข้ามได้ตั้งนานแล้ว

เสฐียรพงษ์ วรรณปก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน