ฮีโร่ที่ถูกลืม – วรพจน์ เพชรขุ้ม นักชกเหรียญเงิน โอลิมปิกเกมส์ 2004 หายเงียบไปนาน จู่ๆ มาเป็นข่าว เมื่อเจ้าตัวโพสต์ระบายความในใจว่าเป็น “ฮีโร่ที่ถูกลืม”
ตัดพ้อระบายความในใจว่า ตนเองมี ผลงานชัดเจนมาตลอด มีเหรียญทองซีเกมส์ 5 สมัย, เหรียญทองเอเชียนเกมส์ ประเทศจีน และแน่นอนกับ เหรียญเงินโอลิมปิกเกมส์ 2004 ประเทศกรีซ
แต่วันนี้ วรพจน์ มียศเป็นแค่ “สิบเอก” ตันมาหลายปี เช่นเดียวกับ จ.ส.อ.สุริยา ปราสาทหินพิมาย เหรียญทองแดงโอลิมปิก ครั้งเดียวกัน ผิดกับคนอื่นๆ ที่เหรียญไม่ได้มากขนาดนี้ แต่ขึ้นสัญญาบัตรกันหมดแล้ว
น่าคิดเหมือนกันว่า เพราะอะไร
ถามว่า ฮีโร่โอลิมปิกคนอื่นๆ ตอนนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง
เหรียญทองโอลิมปิกเหรียญแรกของไทย แอตแลนตา 1996 สมรักษ์ คำสิงห์ ปัจจุบันเป็นนาวาตรี ส่วนเหรียญทองแดงหนนั้น วิชัย ราชานนท์ นาวาอากาศเอก
วิจารณ์ พลฤทธิ์ เหรียญทอง โอลิมปิก 2000 ปัจจุบัน พันตำรวจโท, สมจิตร จงจอหอ เหรียญทอง โอลิมปิก 2008 ปัจจุบัน ยศพันตรี แก้ว พงษ์ประยูร จากโอลิมปิก 2012 ปัจจุบัน เป็น ร้อยเอก
และล่าสุด สุดาพร สีสอนดี เหรียญทองแดง โอลิมปิก 2020 จ่อติดยศเรือตรีหญิง
อาจจะมองได้หลายๆ ปัจจัย ว่ากันตรงๆ ก็ผู้ใหญ่ในยุคนั้นๆ ได้ผลักดันกันขนาดไหน และหากเทียบยศของนักกีฬาที่ประสบ ความสำเร็จในโอลิมปิกเกมส์ ก็พอเข้าใจได้ว่า เหตุใด วรพจน์-สุริยา ถึงออกมาเรียกร้อง
น่าเสียดายโอกาสทั้งคู่ เพราะว่ากันตามตรงเรื่องแบบนี้ก็ตามระบบราชการ ก็ต้องอยู่ที่ผู้บังคับบัญชาที่จะผลักดันผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีผลงานขนาดไหน
อย่างว่า ฮีโร่โอลิมปิกเกมส์เกิดขึ้นทุกๆ 4 ปี เป็นช่วงเวลาที่พวกเขาสามารถส่งเสียงดังได้มากที่สุดก่อนที่เสียงจะเบาลง และ เจ็บปวดที่จะถูกลืมในที่สุด
ช.ศิริวุฒิ