พ่อแม่เด็กเล็กคุณครูของหนู – จากสถานการณ์โควิด-19 โรงเรียนและสถานศึกษาต้องปิดการเรียนการสอน ศูนย์พัฒนาเด็กจึงต้องปรับรูปแบบการเรียนการสอน มอบใบงานให้คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครอง สวมบทคุณครูสอนหนูๆ เด็กเล็กเพื่อพัฒนาการเรียนรู้อยู่ที่บ้าน
เพื่อขับเคลื่อนการเรียนการสอนในศูนย์พัฒนาเด็ก สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือ สมศ. พาไปถอดบทเรียนครั้งสำคัญกับแนวทางตั้งรับในภาวะวิกฤตของ “ศูนย์พัฒนาเด็กต้นแบบ” ในพื้นที่เทศบาลบ่อตรุ อ.ระโนด จ.สงขลา
น.ส.สุวิดา ศรีนาค ผู้อำนวยการกองการศึกษา เทศบาลตำบลบ่อตรุ อ.ระโนด จ.สงขลา เล่าว่า ในพื้นที่เทศบาลบ่อตรุมีศูนย์พัฒนาเด็กภายใต้การดูแลจำนวน 4 ศูนย์ มีเด็กเล็กทั้งหมด 151 คน ครู 15 คน ในช่วงปิดศูนย์เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทางเทศบาลหารือกับครูประจำศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั้ง 4 ศูนย์ เพื่อปรับ รูปแบบการเรียนการสอน

“รูปแบบการส่งต่อความรู้ไปให้เด็กๆ นั้น เทศบาลจัดทำใบงานพร้อมทั้งอธิบายวิธีทำ -วิธีการสอนให้ผู้ปกครอง ในใบงานนั้นจะมีกิจกรรมให้เด็กๆ ทำจำนวน 5 กิจกรรม โดยให้ทำวันละ 1 กิจกรรมเท่านั้น เป็นกิจกรรมที่ช่วย เสริมสร้างทั้งด้านร่างกายและพัฒนาการด้านการเรียนรู้ เช่น กิจกรรมให้ผู้ปกครองช่วยเด็กพูดคุย ตอบคำถามง่ายๆ เพื่อกระตุ้นให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง กิจกรรมฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก กิจกรรมหนึ่งสัปดาห์แรกพบ เป็นกิจกรรมแนะนำเพื่อนร่วมชั้น ครู ประจำชั้น ห้องเรียน ผ่านรูปถ่ายบนใบงานเพื่อให้เด็กคุ้นเคยเหมือนได้ไปเรียนจริง ในห้องเรียน นอกจากนี้ยังมีแนวทางให้ ครูอัดคลิปวิดีโอสั้นๆ เพื่ออธิบายวิธีการสอนเด็กทำกิจกรรมให้ผู้ปกครองด้วย” น.ส.สุวิดากล่าว
ด้าน น.ส.นิยดา จันทร์ทอง ครูประจำศูนย์พัฒนาเด็กเล็กโรงเรียนวัดประดู่ เทศบาลตำบลบ่อตรุ กล่าวว่ากิจกรรมส่วนใหญ่ที่มอบหมายให้ผู้ปกครองไปนั้นจะเน้นกิจกรรมตามสถานการณ์ เช่น ช่วงวันแม่ก็ให้ผู้ปกครองสอนเด็กๆ ทำพวงมาลัย
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเพื่อเน้นการสร้างและกระตุ้นพัฒนาการในตัวเด็กเล็กร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กผ่านการส่งดินน้ำมันไปให้เด็กปั้นที่บ้าน การฝึกความอดทนและฝึกสมาธิโดยการส่งหนังสือนิทานไปให้เด็ก ส่วนการสร้างปฏิสัมพันธ์จะเน้นการฝึกให้เด็กพูดคุยกับคนในครอบครัวก่อน เพราะระยะนี้เด็กอาจจะไม่สามารถออกไปเล่นกับเพื่อนๆ ได้ จากการติดตามผล ผู้ปกครองส่วนใหญ่เข้าใจและนำกิจกรรมต่างๆ ไปประยุกต์สอนลูกๆ ได้ค่อนข้างดี

ดร.นันทา หงวนตัด รักษาการผู้อำนวยการ สมศ. กล่าวว่า การระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก แต่จากการเข้าไปประเมินคุณภาพภายนอกสมศ. พบว่าหน่วยงานปกครองท้องถิ่นและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กปรับตัวได้ค่อนข้างดีมาก หลายพื้นที่ให้ความรู้แก่ผู้ปกครองเพื่อให้ผู้ปกครองนำกิจกรรมหรือแนวทางไปสอนเด็กๆ ที่บ้านต่อ
“ผลการประเมินด้านคุณภาพของเด็กปฐมวัยอยู่ในระดับดีจำนวน 3,307 แห่ง คิดเป็น 73% ของจำนวน ศพด.ทั้งหมด สมศ.ให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพทั้งด้านผู้เรียน ด้านการจัดการเรียนการสอนในระยะนี้ โดยศูนย์พัฒนาเด็กจะต้องพัฒนาหลักสูตร รูปแบบการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับบริบทของเด็กเล็กให้ได้มากที่สุด อีกทั้งยังต้องพยายามพัฒนา-อบรมครูผู้สอนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และรูปแบบการเรียนการสอนที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงประสานงานกับผู้ปกครองและชุมชนอย่างต่อเนื่อง” ดร.นันทากล่าวทิ้งท้าย