ไทยยื่นสัตยาบันRCEP ประเดิมลดภาษี0%มีผลทันทีปี65 ไทยยื่นให้สัตยาบัน RCEP แล้ว มั่นใจมีผลบังคับใช้ได้ตามเป้า 1 ม.ค.65 เผยไทยได้ประโยชน์จากตลาดการค้าการลงทุนใหญ่ที่สุดในโลก ชี้มีการลดภาษี 0% ทันทีกว่า 3 หมื่นรายการ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ได้รับทราบผลการยื่นให้สัตยาบันความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ของไทย เมื่อวันที่ 28 ต.ค.2564 ที่ผ่านมา ทำให้มั่นใจว่าความตกลงจะมีผลบังคับได้ในวันที่ 1 ม.ค.2565 ตามกำหนดเดิมสมาชิกได้ตั้ง เป้าหมายเอาไว้

ทั้งนี้ สัตยาบัน RCEP จะมีผลบังคับใช้ สมาชิกอาเซียน 6 ประเทศจาก 10 ประเทศต้องยื่นให้สัตยาบัน ซึ่งปัจจุบันมีอาเซียนยื่นแล้ว คือ สิงคโปร์ บรูไน สปป.ลาว และกัมพูชา โดยมีไทยเป็นประเทศล่าสุด จึงไม่น่ากังวลว่าจะไม่ครบตามเงื่อนไข ส่วนประเทศ นอกอาเซียน ญี่ปุ่น จีน ยื่นแล้ว ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ กำลังจะยื่น

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ผลประโยชน์ที่ไทยจะได้รับจาก RCEP เมื่อความตกลงมีผลบังคับใช้ จะทำให้ตลาดมีขนาดใหญ่ขึ้น เพราะ RCEP เป็นตลาดการค้าการลงทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ประกอบด้วย 15 ประเทศ มีประชากรรวมกันเกือบ 2,300 ล้านคน หรือ 30.2% ของประชากรโลก มีจีดีพีรวม 28.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 33.6% ของจีดีพีโลก มีมูลค่าการค้ารวมกว่า 10.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 30.3% ของมูลค่าการค้าโลก

ในด้านการค้า ประเทศคู่เจรจาจะลดภาษีให้ไทยเป็น 0% รวมทั้งหมด 39,366 รายการ โดยจะยกเลิกภาษีเป็น 0% ทันทีที่ความตกลงมีผลใช้บังคับจำนวน 29,891 รายการ หรือ 75.9% ของรายการสินค้าที่จะยกเลิกภาษีทั้งหมด และสินค้าที่ประเทศคู่เจรจาจะทยอยลดภาษีภายใน 10-20 ปี จำนวน 9,475 รายการ และมีสินค้าที่ไทยจะได้ประโยชน์เพิ่มเติม 653 รายการ

ขณะเดียวกัน จะมีโอกาสด้านการค้าบริการและการลงทุน เพราะกฎระเบียบ RCEP ได้ลดหรือยกเลิกกฎระเบียบและมาตรการที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนของภาคบริการ หรือการลงทุนที่ไม่ใช่ภาคบริการ นักลงทุนไทยสามารถจัดตั้งกิจการและลงทุนในประเทศของสมาชิกได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

พร้อมกันนี้ ความตกลง RCEP ยังช่วยสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปลงทุนในประเทศภาคี RCEP ในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ เช่น การก่อสร้าง ธุรกิจเกี่ยวเนื่องด้านสุขภาพ ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง กับภาพยนตร์และบันเทิง ประเภทเทคนิคตัดต่อภาพและเสียง การผลิตแอนิเมชั่น และค้าปลีก เป็นต้น รวมทั้งช่วยในการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติเข้ามาไทย โดยเฉพาะการลงทุนในสาขาที่ต้องใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะช่วยต่อยอดอุตสาหกรรม S-CURVE

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน