ธรรมะที่ทรงแสดงมากที่สุด – ในระหว่างที่อบรมตามขั้นตอนต่างๆ นี้ องค์ประกอบแต่ละอย่างๆ จะค่อยพัฒนาตัวมันเอง และเสริมหรือเกื้อหนุนขั้นตอนนั้นๆ ให้เพิ่มพูนและชัดเจนยิ่งขึ้น
เช่นองค์ประกอบทางปัญญา ในขณะที่ ผู้ปฏิบัติฝึกฝนอบรมขั้นศีลหรือขั้นจิต ตัวปัญญาความรู้ความเข้าใจซึ่งเป็นพื้นฐานเดิมนั้นจะค่อยๆ พัฒนาแก่กล้าขึ้น ชัดเจนขึ้น เกื้อหนุนให้องค์ประกอบทางด้านศีลและด้านจิตถูกต้องสมบูรณ์ขึ้น อาศัยศีลและจิตที่สมบูรณ์นั้นเอง ปัญญานั้นก็จะพัฒนาถึงขั้นรู้แจ้งเห็นจริง ทำจิตให้หลุดพ้นจากอาสวกิเลสทั้งปวง เป็นอันสิ้นสุดกระบวนการฝึกฝนอบรม
2. เริ่มที่การควบคุมพฤติกรรม (สัมมาวาจา, สัมมากัมมันตะ, สัมมาอาชีวะ = อธิศีลสิกขา)
วิธีเน้นไปที่การฝึกฝนอบรมความประพฤติทางกาย วาจาอย่างจริงจัง อาศัยความรู้ความเข้าใจพอเป็นพื้นฐานเท่านั้น เมื่อศีลถูกต้องสมบูรณ์แล้ว ก็ก้าวเข้าไปสู่การฝึกฝนอบรมจิตใจอันเป็นขั้นประณีตยิ่งขึ้น จนถึงระดับสุดท้ายคือทำปัญญาให้แก่กล้าจนสามารถพ้นจากตัณหาอุปาทาน
ระบบนี้นิยมทำกันทั่วไป จนเรียกติดปากชาวพุทธทั้งหลายว่า “ศีล-สมาธิ-ปัญญา” อาจเป็นเพราะว่าการควบคุมพฤติกรรมทางกายวาจาเห็นได้ง่าย และทำได้ง่ายกว่าที่จะเริ่มต้นพัฒนาจิตหรือปัญญาก็ได้ จึงเป็นที่นิยมแพร่หลาย
3. เริ่มที่ฝึกฝนจิตหรือสมาธิ (สัมมาวายามะ, สัมมาสติ, สัมมาสมาธิ = อธิจิตตสิกขา)
อาศัยความรู้ความเข้าใจพอเป็นพื้นฐานเท่านั้นแล้วเริ่มฝึกอบรมจิตอย่างเข้มงวด ในระหว่างนั้นองค์ประกอบแต่ละอย่างๆ จะค่อยเกิดขึ้นและเสริมเติมเต็มให้แก่กัน จิตเป็นสมาธิ แน่วแน่ ใส สะอาดแล้ว พฤติกรรมหรือศีลก็จะเกิดขึ้นมาเอง เมื่อศีล สมาธิพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ปัญญาความรู้ความเข้าใจซึ่งเป็น พื้นฐานเดิมอยู่แล้วจะค่อยๆ พัฒนาแก่กล้า ชัดเจนขึ้น เกื้อหนุนให้องค์ประกอบทางด้านศีลและสมาธิถูกต้องสมบูรณ์ยิ่งขึ้น อาศัยศีลและจิตที่สมบูรณ์นั้นเอง ปัญญาก็จะสามารถรู้แจ้งเห็นจริงทำอาสวะให้หมดไปได้ในที่สุด
เสฐียรพงษ์ วรรณปก