โอลิมปิคไทยยุคใหม่? – การปรับเปลี่ยนโฉมหน้าทีมงานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยครั้งใหญ่นี้ ยังคงเป็นเรื่องที่สร้างความรู้สึกกังวลไม่น้อยกับวงการกีฬา
เนื่องด้วย “บิ๊กจา”พลตรีจารึก อารีราชการัณย์ ซึ่งนั่งเลขาธิการโอลิมปิคมาตั้งแต่ปี 2528 นั้นถูกแทนที่โดย พลเอกวิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา
น่ากังวลเพราะตำแหน่งเลขาธิการโอลิมปิค ถือเป็นคีย์แมนสำคัญที่ไม่ใช่แค่จะต้องมีเพาเวอร์แค่ภายในประเทศ แต่ต้องกว้างขวางและสร้างคอนเน็กชั่น เครือข่ายโยงใยวงการกีฬาโลก
เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าที่ผ่านมา ด้วยประสบการณ์และความเก๋าของพลตรีจารึก มีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือวงการกีฬาไทยอย่างมาก และกล้าพูดได้เลยว่าการที่ไทยได้จัดซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ และอีกหลายๆ เกมของสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย มาจากบารมีของพลตรีจารึก
น่าเสียดายที่เด็กปั้นของพลตรีจารึก หลายๆ คนที่ถูกวางตัวไว้ และ ส่งไปแนะนำกับสหพันธ์กีฬานานาชาติ และสร้างคอนเน็กชั่น กับโอลิมปิกชาติต่างๆ ไว้ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาเป็นอันจบ
เรื่องนี้ต้องยอมรับความจริงที่ว่า คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยยุคก่อน ผูกปมนี้ขึ้นมาเอง
ด้วยคอนเซ็ปต์ คือบิ๊กบ้านอัมพวันต้องมีบารมี จึงไปเทียบเชิญ “บิ๊กป้อม”พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ถึงกระทรวงกลาโหม
และสุดท้ายก็เป็นไปอย่างที่เห็น
บรรยากาศที่บ้านอัมพวันได้เปลี่ยนเป็นกรมทหารย่อยๆ หนักขึ้นกว่าเดิม คีย์แมนวงการกีฬาที่เคยอยู่แทบจะไม่เหลือที่ยืนสักเท่าไรนัก
หากจะไปบอกว่าโอลิมปิคยุคนี้ไม่ดี คงจะไม่ยุติธรรมสักเท่าไร
คงต้องดูกันไปว่า เขาจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน ได้จริงๆ หรือเปล่า
ช.ศิริวุฒิ