บุรีรัมย์ – นายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการ คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เผยว่า เพื่อเป็นการสานต่อและส่งเสริมให้วิสาหกิจชุมชน และประชาชนที่สนใจปลูกกัญชา กัญชง เพื่อนำไปผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพ และพัฒนานำผลิตภัณฑ์เข้าสู่สนามการแข่งขันทั้งในเวทีระดับประเทศและเวทีโลก ที่สามารถผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพ ที่มีคุณภาพและปลอดภัยเป็นปัจจัยสำคัญในการรองรับนโยบายเปิดประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลเข้าสู่จังหวัด

ทั้งนี้ บุรีรัมย์เป็นแหล่งปลูกพืชกัญชาและกัญชงที่สำคัญของประเทศ เป็นวัตถุดิบที่จังหวัดส่งเสริมให้มีการพัฒนาสายพันธุ์และนำไปผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพรูปแบบต่างๆ อย.เข้าเยี่ยมชมสถานที่ผลิตและแปรรูปกัญชากัญชง 2 แห่งคือ ที่วิสาหกิจชุมชนผลิตสมุนไพรเพื่อการแพทย์ การปลูกกัญชาในระบบควบคุมแสงในอาคาร และปลูกในโรงเรือนป้องกันแมลง จะมีการขยายแปลงปลูกในระบบเปิดเพื่อหาพันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของภาคอีสาน จะได้ลดต้นทุนการปลูกและแปรรูป ช่วยให้เกิดรายได้ที่ยั่งยืนและที่บริษัท สยาม เรวะ (2020) จำกัด รับอนุญาตปลูกกัญชงรายแรกของจังหวัดในแบบระบบปิด มีการควบคุมคุณภาพและนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาปรับใช้ มีการคัดเลือกสายพันธุ์เพื่อให้ได้กัญชงที่มีคุณภาพสำหรับการส่งออกและต่อยอดผลิต

นอกจากนี้ อย.ศึกษาถึงการนำน้ำกัญชาไปผสมกับ น้ำจิ้มลูกชิ้นยืนกิน ที่กำลังโด่งดังไปทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ ทางอย.ยินดีส่งเสริมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการในการใช้กัญชาเป็นส่วนผสมในการผลิตลูกชิ้น เพื่อให้ปลอดภัย อย. สนับสนุนให้กัญชาและกัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจ และที่ผ่านมาได้ปลดล็อกข้อกฎหมายเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ โดยสามารถนำไปเป็นส่วนผสมในการผลิตอาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สมุนไพร

ล่าสุด พ.ร.บ.ยาเสพติด ฉบับที่ 7 กำลังหมดสิ้นสภาพในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ประเทศไทยจะใช้ประมวลกฎหมาย ยาเสพติด และมีการประกาศกฎกระทรวงเกี่ยวกับกัญชาออกตามมา เมื่อประกาศกระทรวงดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้วจะทำให้บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลสามารถร่วมกับ ผู้อนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบัน ยาแผนโบราณ และผลิตภัณฑ์สมุนไพร สามารถ “ขออนุญาตปลูกได้เลย” ไม่จำเป็นต้องรวมตัวเป็นวิสาหกิจชุมชน ต้องปลูกกัญชาเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์เท่านั้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน