‘โอไมครอน’โผล่สหรัฐ-อินเดีย – บีบีซีรายงานวันที่ 2 ธ.ค. ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ โอไมครอนว่า ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกาแถลงยืนยันพบผู้ป่วยติดเชื้อ โอไมครอนคนแรกในประเทศ หลังหน่วยงานสาธารณสุขรัฐแคลิฟอร์เนียระบุว่าผู้ป่วยคน ดังกล่าวฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว เพิ่งกลับจากแอฟริกาใต้ แต่มีอาการเป็นไข้เพียงเล็กน้อย และอยู่ระหว่างแยกกักตัว คาดว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ จะแถลงยกระดับมาตรการคุมเข้มการเดินทางระหว่างประเทศ ด้านสื่อท้องถิ่นระบุว่าทางการจะกำหนดให้ผู้เดินทางเข้าประเทศยื่นผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 เป็นลบ ภายใน 24 ชั่วโมงก่อนเดินทางมายังสหรัฐ ลดลงจากมาตรการก่อนหน้านี้ที่กำหนดไว้ 72 ชั่วโมง
วันเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขอินเดียแถลงพบผู้ป่วยโอไมครอนคนแรกของประเทศ ในรัฐกรณาฏกะ ทางตอนใต้ ทางการท้องถิ่นเร่งติดตามผู้ใกล้ชิดผู้ป่วย ส่วนศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคเกาหลีใต้ (เคซีดีซี) แถลงว่าพบผู้ป่วยสายพันธุ์โอไมครอนเป็นกลุ่มแรกในประเทศ 5 คน และมีผู้ติดเชื้อรายวันในช่วง 24 ชั่วโมง อีก 5,262 คน ถือเป็นตัวเลขผู้ป่วยใหม่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในประเทศตั้งแต่เริ่มการระบาดของโรคโควิด-19 โดยทุบสถิติเพิ่มจาก 5,120 คนเมื่อวันพุธที่ 1 ธ.ค. ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผู้ติดเชื้อรายวันเกิน 5,000 คน ยอดสะสมอยู่ที่ 457,612 คน และเสียชีวิตอย่างน้อย 3,705 ราย
ผู้ป่วยสายพันธุ์โอไมครอนเป็นคู่สามีภรรยาที่ฉีดวัคซีนครบโดสและเดินทางจากไนจีเรียกลับถึงเกาหลีใต้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนตรวจพบว่าติดเชื้อ ต่อมาสมาชิกในครอบครัว 2 คน และเพื่อน 1 คนตรวจพบว่าป่วยเชื้อโอไมครอนด้วย ขณะที่ทางการเกาหลีใต้ประกาศเพิ่มมาตรการคุมเข้มการเดินทางเข้าประเทศ จากเดิมที่ระงับการออกวีซ่าให้ผู้เดินทางจาก 8 ประเทศเสี่ยงในภูมิภาคแอฟริกา ก็เพิ่มไนจีเรียและเอธิโอเปีย รวมถึงระงับเที่ยวบินตรงจากแอฟริกา 2 สัปดาห์เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 3 ธ.ค.