117ปี-พระวิสุทธาจารเถร – วันศุกร์ที่ 10 ธ.ค.2564 น้อมรำลึก ครบรอบ 117 ปี ชาตกาล “พระวิสุทธาจารเถร” หรือ “หลวงปู่เทียม สิริปัญโญ” วัดกษัตราธิราชวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยาพระเถระที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิปัสสนากัมมัฏฐาน และเป็นพระนักพัฒนา ที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาอย่างกว้างขวาง

เป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 8 ปกครองดูแลวัดตั้งแต่ปี พ.ศ.2496-2522

เกิดเมื่อวันที่ 10 ธ.ค.2447 ในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นชาวพระนครศรีอยุธยา ที่บ้านหมู่ 7 อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ในตระกูล “หาเรืองศรี”

อายุ 10 ขวบ เรียนหนังสือกับพระภิกษุมอน และอาจารย์ปิ่น จากนั้นไปเป็นศิษย์อาจารย์จันทร์ เรียนภาษาขอม

อุปสมบทที่วัดกษัตราธิราช มีพระครูวินยานุวัติคุณ (มาก อินทโชติ) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระสมุห์กล่ำ วัดกษัตราธิราช เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์ทองดีวัดพระงาม เป็นพระอนุสาวนาจารย์

อยู่ศึกษาพระปริยัติธรรมที่สำนักเรียน วัดเสนาสนาราม 2 พรรษา ฝึกปฏิบัติกัมมัฏฐานกับหลวงพ่อศรี วัดสนามไชย, พระอาจารย์จาบ วัดโบสถ์ อ.มหาราช แล้วกลับมาศึกษากับพระอาจารย์เหม็ง วัดประดู่ทรงธรรม

พรรษาที่ 9 กลับมาอยู่วัดกษัตราธิราช โดยนำตำราพิชัยสงคราม ตำรามหาระงับพิสดารและตำราเลขยันต์อื่นๆ ติดตัวมาด้วย

มีโอกาสศึกษาตำรับพิชัยสงคราม ของสมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว พระอาจารย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช รวมไปถึง “ตำรับมหาระงับแบบพิสดาร” อันเป็นต้นตำรับเดิมของวัดประดู่ทรงธรรม ที่สืบมาแต่ครั้งกรุงเก่า ที่มีสมเด็จพระพนรัตน์ เป็นปฐมบูรพาจารย์

วัตถุมงคลที่จัดสร้างปลุกเสก โดยเฉพาะเหรียญคณาจารย์และตะกรุด เป็นที่เลื่องลือ

พ.ศ.2496 พระครูไพจิตรวิหารการ (บัว) ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดกษัตราธิราช และเป็นเจ้าอาวาสในปีเดียวกัน

พ.ศ.2508 เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรี ในราชทินามที่ พระครูพิพิธวิหารการ พ.ศ.2514 เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะตำบลชั้นโท ในราชทินนามเดิม พ.ศ.2517 เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอก ในราชทินนามเดิม

พ.ศ.2522 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ “พระวิสุทธาจารเถร”

ลำดับงานปกครอง พ.ศ.2509 เป็นเจ้าคณะตำบลภูเขาทอง พ.ศ.2520 เป็นเจ้าอาวาส

เป็นพระนักพัฒนาที่ปฏิบัติหน้าที่การงานโดยเด็ดขาด ตลอดชีวิตอยู่ในวิปัสสนาธุระ ตั้งอยู่ในพรหมวิหารธรรม

ผลงานที่ปรากฏเป็นอนุสรณ์เป็นคุณูปการแก่ชาติและพระศาสนาคือ การจัดตั้งศูนย์ฝึกวิชาชีพวัดกษัตราธิราชตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใยในศิลปกรรมไทยและวิชาชีพเชิงหัตถศิลป์

มีความคิดริเริ่มและแสวงหาเอกลักษณ์เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา มักจะเปรียบเอาธรรมะกับช่าง ให้พิจารณา โดยเปรียบช่างสิบหมู่ เป็น “นาถกรณธรรม” หรือธรรมอันเป็นที่พึ่ง 10 อย่าง ที่ท่านได้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ด้านวัตถุมงคล ที่ได้รับความนิยมได้แก่ ตะกรุดมหาระงับแบบพิสดาร ตำรับวัดประดู่ทรงธรรม, เหรียญรุ่นงานสมโภชวัดกษัตราธิราช, รุ่นสิทธิโชค และรุ่นนิมิตบารมี ฯลฯ

ปี พ.ศ.2520 สร้างเหรียญเตรียมไว้สำหรับงานศพตัวเอง แจกจ่ายให้ผู้มาร่วมทำบุญในวันพระราชทานเพลิง เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2544

มรณภาพเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2522 สิริอายุ 75 ปี พรรษา 55

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน