พระสารีบุตรยืนยันความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า – เหมือนเมืองที่มีประตูเข้าออกเพียงประตูเดียว ไม่มีช่องอื่นเลยนายประตูก็อนุมานเอาได้ว่า สัตว์ทุกชนิดย่อมเข้าออกทางช่องประตูนี้เท่านั้น เพราะไม่มีช่องอื่นเลย เช่นเดียวกัน การจะตรัสรู้ก็ต้องละนิวรณ์ 5 บำเพ็ญสติปัฏฐาน 4 โพชฌงค์ 7 ทางเดียวเท่านั้น เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้ผ่านแนวทางเหล่านี้ พระพุทธเจ้าองค์อื่นๆ ไม่ว่าในอดีตปัจจุบัน (ถ้ามีอีกองค์หนึ่งนอกเหนือจากพระโคตมพุทธะ แต่จริงๆ ไม่มีดอก สมมติเท่านั้นเอง เพราะพระพุทธเจ้ามีพร้อมกันสององค์ในยุคเดียวไม่ได้) หรือในอนาคต ก็ย่อมตรัสรู้ผ่านทางแนวทางนี้เช่นเดียวกัน

วิธีคิดของพระสารีบุตร เรียกว่าวิธีหาเหตุผลโดยการอนุมานคือยกประสบการณ์ที่ตนเองประจักษ์อยู่ว่า การละนิวรณ์ได้ บำเพ็ญสติปัฏฐานและโพชฌงค์ให้บริบูรณ์ทำให้บรรลุธรรมได้ เพราะตัวท่านเองก็ได้บรรลุธรรมผ่านทางนี้ แล้วก็คิดต่อไปว่าพระโคตมะพุทธองค์ปัจจุบันนี้ก็ตรัสรู้ผ่านทางนี้ เมื่อพระพุทธองคปัจจุบันตรัสรู้ผ่านทางนี้พระพุทธเจ้าในอดีต อนาคต หรือแม้ (องค์อื่นถ้ามี) ในปัจจุบันนี้ก็ย่อมตรัสรู้ผ่านทางนี้เหมือนกัน จึงไม่มีผู้อื่นใดที่บรรลุสัมโพธิญาณผ่านทางอื่น

ฉะนั้นจึงไม่มีผู้ใดรู้เกินกว่าที่พระโคตมะพุทธะทรงรู้มีก็มีเท่าๆ กัน ไม่ยิ่งไม่หย่อนกว่ากัน

การหาข้อสรุปโดยวิธีอนุมานนั้น ชัดเจนแจ่มแจ้งที่สุดก็คือการตอบคำถามว่าพระพุทธเจ้ามีตัวจริงหรือไม่พระยามิลินท์ถามพระนาคเสน พระนาคเสนยืนยันว่ามี

พระยามิลินท์ย้อนถามว่า ท่านนาคเสนเกิดทันหรือ เคยเห็นพระองค์จริงของพระพุทธเจ้าหรือ พระนาคเสนตอบว่า เกิดไม่ทัน และไม่เคยเห็น แต่รู้ได้ด้วยการอนุมาน“อนุมานอย่างไร” พระยามิลินท์ถาม
แทนที่ท่านนาคเสนจะรีบตอบ ก็ย้อนถามพระยามิลินท์ว่า

“ขอถวายพระพร กษัตริย์ปฐมวงศ์ของพระองค์มีไหม”

“มีสิ พระคุณเจ้า”

“พระองค์เกิดทันหรือ เคยเห็นหรือ”

“เกิดไม่ทัน ไม่เคยเห็น พระคุณเจ้า”

“อ้าว แล้วรู้อย่างไรว่ามีกษัตริย์ผู้เป็นต้นวงศ์”

“ก็รู้ได้โดยการอนุมานเอาสิ พระคุณเจ้า”

คราวนี้ แทนที่พระนาคเสนจะเป็นคนอธิบายกลับกลายเป็นพระยามิลินท์อธิบายว่าอนุมานอย่างไร พระยามิลินท์กล่าวว่า เมื่อมีพระองค์ท่านก็มีเสด็จพ่อ เมื่อมีเสด็จพ่อ ก็มีเสด็จปู่ ไล่ขึ้นไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็ถึงกษัตริย์ผู้เป็นต้นวงศ์เอง โดยอาศัยการอนุมานอย่างนี้ จึงแน่ใจว่ากษัตริย์ผู้ทรงเป็นต้นวงศ์มีจริง

พระนาคเสนก็สรุปโดยนัยเดียวกันว่าเมื่อมีท่านนาคเสนก็มีอุปัชฌาย์ มีอุปัชฌาย์ของอุปัชฌาย์ ไล่ขึ้นไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็ถึงพระพุทธเจ้าผู้ประทานเพศบรรพชานี้อาศัยการอนุมานอย่างนี้ จึงแน่ใจว่าพระพุทธเจ้าทรงมีตัวตนจริง

เสฐียรพงษ์ วรรณปก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน