จี้เร่งเข็ม3สกัดล็อกดาวน์ – วันที่ 22 ธ.ค. นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.พรรคก้าวไกล กล่าวกรณี ศบค.มีมติออกมาตรการงดรับนักท่องเที่ยวจนถึง 4 ม.ค.2565 ว่า เข้าใจดีถึงสถานการณ์การระบาดของโควิดสายพันธุ์โอมิครอนที่ หลีกเลี่ยงได้ยาก และการออกคำสั่งดังกล่าวถือว่าสอดคล้องสถานการณ์ แต่อย่างไรก็ตาม ภาครัฐต้องประเมินถึงผลกระทบต่อธุรกิจต่างๆ ที่ลงทุนไปแล้วจากการขานรับนโยบายเปิดประเทศของนายกฯ เพราะเชื่อว่าจะไม่ใช่การเปิดแบบลักปิดลักเปิด หรือหากต้องปิดจริงก็จะมีแผนสำรองรับมือ เพราะขณะนี้หลายธุรกิจเริ่มได้รับผลกระทบแล้วจากยอดจองที่คาดว่าจะเข้ามา เช่น ธุรกิจเสริมความงาม โรงแรม สปาต่างๆ แต่ยอดจองหายไปทันทีจากมาตรการใหม่ที่ออกมา
กลุ่มธุรกิจบันเทิงและคนกลางคืน แม้มีมาตรการเยียวยา 5,000 บาทให้กลุ่มคนเหล่านี้ แต่เมื่อเทียบกับ 2 ปีที่ต้องรับศึกหนักมา ค่าชดเชยช่วยพวกเขาไม่ได้เท่ากับการเปิดโอกาสให้ได้ทำมาหากินด้วยตัวเอง ตอนนี้เราเห็นมาตรการทางสาธารณสุขออกมาแล้ว แต่มาตรการทางเศรษฐกิจยังไม่ชัดเจน แม้จะปิดประเทศชั่วคราวหรืออาจปิดต่อหลังจากนี้ ซึ่งอาจยาวกว่า 4 ม.ค.2565 ตามที่กำหนดไว้ แต่ประเทศไม่ควรเดินไปสู่การล็อกดาวน์อีกครั้ง หากควบคุมปัจจัยการรับเชื้อจากภายนอกได้และเตรียมความพร้อมภายในได้ดี แม้ประสิทธิภาพของวัคซีนอาจลดลงต่อเชื้อโอมิครอน แต่อย่างน้อยที่สุดวัคซีนชนิด mRNA ยังมีประสิทธิภาพในการลดความรุนแรง และจำเป็นต่อการป้องกันเชื้อชนิดเดลตา สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้ที่จะทำให้ภาคธุรกิจเดินไปต่อได้โดยไม่ต้องล็อกดาวน์คือ วัคซีนเข็มที่ 3 ที่ไปถึงแขนประชาชนโดยเร็ว