ค้าปลีกดิ่งเหว8 แสนล้าน

จนถึงวันนี้เป็นเวลาเกือบ 2 ปีที่การแพร่ระบาดของโควิดส่งผลกระทบมหาศาลต่อเศรษฐกิจไทย ส่งผลให้มูลค่าค้าปลีกและบริการสูญหายกว่า 8 แสนล้านบาท มีคนว่างงานและ ผู้เสมือนว่างงาน (ผู้ที่ทำงานไม่ถึง 4 ชั่วโมงต่อวัน) และแรงงานนอกระบบเพิ่มขึ้นประมาณ 3.2 ล้านคน

หนี้ภาคธุรกิจและครัวเรือนเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เงินออมและเงินในกระเป๋าทุกภาคส่วนร่อยหรอลงไปทุกที

ทำ “ค้าปลีกไทย” เข้าขั้นวิกฤต โดยเฉพาะไตรมาส 2 ดัชนีความเชื่อมั่น ผู้ค้าปลีกต่ำที่สุดในรอบ 16 เดือน ติดลบ 70% คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 2.7 แสนล้านบาท

ขณะที่ยอดการจับจ่ายและการใช้บริการของผู้บริโภคลดลงมากกว่า 25% แม้ว่าจะกระเตื้องขึ้นในปลายไตรมาสที่ 3 ต่อถึงไตรมาสที่ 4

แต่ด้วยความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด ทำให้มีการประเมินการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และค้าปลีกจะเข้าสู่ระดับปกติ ในช่วงกลางปี 2566 หรืออาจจะนานกว่านั้น

น้ำมันราคาพุ่ง ม็อบ 10 ล้อบุก

ดำดิ่งให้สุด ฉุดไม่อยู่กับราคาน้ำมันที่ผันผวนแบบขึ้นแล้วขึ้นอีก ตั้งแต่ต้นปี 2564 โดยราคาน้ำมันดิบตลาดโลกกลางเดือนก.พ.ปรับขึ้นมาเท่ากับช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ระดับ 63 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล สูงสุดในรอบ 13 เดือน

ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล บี 7 ซึ่งเป็นน้ำมันพื้นฐานในประเทศอยู่ที่ 24-25 บาท/ลิตร เผลอแป๊บเดียวทะยานขึ้นไปทะลุ 30 บาท/ลิตร ณ วันที่ 28 ก.ย. 2564 ที่ระดับ 30.69 บาท/ลิตร

สัญญาณขาขึ้นลากไปถึงต้นเดือนต.ค.2564 ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดที่ 81.26 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล สูงสุดตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค.2561 ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปิดที่ 78.93 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล สูงสุดตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค.2557 และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดที่ 82.56 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล สูงสุดตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค. 2561

จนเป็นเหตุให้ม็อบรถบรรทุกบุกมาหน้ากระทรวงพลังงาน

เดือดดาลกันได้พักเดียว เหลียวมารัฐบาลสอดใส่มาตรการลดสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลลงเหลือ 7% ให้จำหน่ายน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี 7 สูตรเดียวเท่านั้นจากที่ผสมอยู่ 3 ชนิด ได้แก่ 7% 10% (บี 10) และ 20% (บี 20) จนถึงเดือนมี.ค.2565 เพื่อตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศให้อยู่ที่ 28 บาทกว่า/ลิตร

ปี 2565 มาลุ้นดูทีว่าราคาน้ำมันดิบ ตลาดโลกจะแตะ ระดับ 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ตามที่หลายสำนักพยากรณ์หรือไม่

พายุถล่มไทย
ท่วม 53 จังหวัด

เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก กรมชลประทานต้องเร่งจัดแจงหาเครื่องมือ รองรับน้ำท่วมที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยถูกน้ำท่วมซ้ำซาก นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน ยอมรับว่า

ปี 2564 ประเทศไทยยังโดนถล่ม ด้วยภัยน้ำท่วม สาเหตุเนื่องจากอิทธิพลของพายุ 3 ลูก ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมจำนวน 53 จังหวัดทั่วประเทศ โดย ฝนตกหนักตั้งแต่ต้นเดือนก.ย.-ต.ค.

เริ่มจากวันที่ 11-13 ก.ย. พายุดีเปรสชัน“โกนเซิน” ที่อ่อนกำลังเป็นร่องมรสุม พาดผ่าน ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

วันที่ 24-26 ก.ย.อิทธิพลของพายุดีเปรสชัน “เตี้ยนหมู่” เคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

และวันที่ 14-15 ต.ค.เกิดอิทธิพลพายุโซนร้อน “คมปาซุ” ที่อ่อนกำลังลง เป็นพายุดีเปรสชันและกลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน ระบุว่าน้ำปีนี้มีปริมาณใกล้เคียงกับปี 2554 ที่น้ำท่วมใหญ่ แต่จากการร่วมมือกับภาครัฐที่มีหน้าที่ป้องกันน้ำท่วม ส่งผลให้การบริหารจัดการน้ำที่เกิดขึ้นมีประสิทธิภาพ ผ่อนหนักให้เป็นเบา

ตลาดรถหัวทิ่ม เซ่นปิดเมือง

ปี 2564 ที่กำลังจะผ่านพ้นไปนี้ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งปีของอุตสาหกรรม ยานยนต์บ้านเรา ต้องผ่านวิบากกรรมอย่างแสนสาหัส

แม้ช่วง 3 เดือนแรกจะออกมาดูค่อน ข้างดี จากอานิสงส์ปลดล็อกตั้งแต่ปลายปี 2563 แต่พอผ่านสงกรานต์ไปได้พักเดียว ก็เข้าสู่วังวนแห่งการล็อกดาวน์ประเทศ

จากนั้นกระท่อนกระแท่น แม้ผู้บริหารค่ายรถจะใจดีสู้เสือว่าล็อกดาวน์คราวนี้คนไทยเริ่มคุ้นชิน ใช้ชีวิตได้พอสมควรและไม่ตื่นตระหนกเหมือนปีก่อน รวมถึงวัคซีนที่ครอบคลุม ช่วยให้คลายความกลัวไปได้บ้าง

แต่พอหันมาดูตัวเลขยอดขายแล้ว ไม่ค่อยจะสอดคล้องกันสักเท่าไหร่ แม้จะคลายล็อกกันในไตรมาสสุดท้าย แต่ซ้ำร้ายมีเจ้าสายพันธุ์ล่าสุด ‘โอมิครอน’ เข้ามาสั่นคลอนความรู้สึกกันไปอีก

สุดท้ายถึงปลายปีหลายค่ายต่างต้องทบทวนตัวเลขตลาดรถยนต์กันใหม่เป็นพัลวัน มาตกผลึกกันที่ไม่น่าจะเกิน 760,000 คัน หรือลดลง 5% จากปี 2563

แม้จะเป็นปีที่ตลาดรถยนต์บาดเจ็บสาหัส แต่ก็ยังมีสีสันเข้ามากระตุ้นให้เกิดความคึกคักอยู่บ้าง จากค่ายน้องใหม่แห่งแดนมังกร ‘เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประเทศไทย’

ที่เข็นรถยนต์ในไลน์อัพเข้ามาให้คนไทยได้เลือกใช้งานทั้ง ‘ฮาวาล H6’

รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% เจ้าเหมียวนิสัยดี ‘โอรา กู้ดแคท’

ก่อนสิ้นปียังส่ง สิงโตอารมณ์ดี โจไลอ้อน รถยนต์ SUV ไฮบริด ขนาดกะทัดรัด

ปิดหัวลำโพงค้านสนั่นเมือง

หลังจากนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ออกมา บอกว่าสิ้นปี 2564 จะหยุดเดินรถไฟที่หัวลำโพง สถานีเก่าแก่ที่ให้บริการมากว่า 150 ปี โดยให้เปลี่ยนไปใช้ที่สถานีกลางบางซื่อแทน

พลันมีกระแสคัดค้านกันสนั่นเมือง เพราะกระทบกับประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่เดินทางเข้ามาทำงานหรือเรียนในกรุงเทพฯ ชั้นใน

ประกอบกับแนวคิดนำที่ดินหัวลำโพง 20 ไร่ ไปให้นายทุนเช่าทำห้างสรรพสินค้า คอนโดฯ หรู เพื่อหารายได้ 8 แสนล้านบาท มาแก้ขาดทุนให้การรถไฟแห่งประเทศไทย

จึงยิ่งถูกถล่มยับเยินว่า เอาสมบัติชาติไปประเคนให้นายทุนผิดกฎหมายรถไฟที่วัตถุประสงค์บอกให้ใช้ที่ดินเพื่อการเดินรถ

สุดท้ายศักดิ์สยามต้องยอมถอยเปิดเวทีรับฟังความเห็น ล่าสุด รฟท.ยืนยันชัดเจนจะไม่ปิด ไม่ทุบหัวลำโพง จะใช้เป็นศูนย์กลางการเดินทางในเมืองต่อไป แต่จะลดจำนวนขบวนรถเหลือเพียง 22 ขบวน จากเดิม 118 ขบวน เน้นเฉพาะขบวนรถชานเมืองเท่านั้น

โดยจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีตัดสินใจ จะออกหัวออกก้อยต้องรอลุ้น

ส่งออกฮีโร่กู้เศรษฐกิจไทย

แม้การระบาดของโควิด-19 จะยังเป็นปัจจัยลบบั่นทอนเศรษฐกิจทั่วโลก แต่การส่งออกของไทยยังเป็นฮีโร่ที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไปได้ เห็นจากส่งออก 11 เดือนแรกของปี 2564 ขยายตัว 16.4%

ส่งผลให้การส่งออกทั้งปีเป็นบวกตามคาด ถือเป็นการพลิกฟื้นจากปี 2563 ที่ติดลบ 6.01% เนื่องจากสินค้าสำคัญของไทยส่งออกเพิ่มขึ้นทั้ง กลุ่มสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมการเกษตร สินค้าอุตสาหกรรม

ภายใต้ “ตลาดนำการผลิต” การผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในหลายประเทศ จำนวนประชากรได้รับการฉีดวัคซีนมากขึ้น ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจ การบริโภคและการส่งออกเติบโตอย่างแข็งแกร่ง เน้นการจัดกิจกรรมซื้อขายทั้งออฟไลน์ ออนไลน์สั่งการให้ทูตพาณิชย์ทำหน้าที่เป็นเซลส์แมนประเทศ

คลายสินเชื่อบ้าน ดึงต่างชาติ

ด้วยปัญหาเศรษฐกิจที่รุมเร้ามาตลอดปี ทำให้อสังหาริมทรัพย์ ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่มีความสำคัญมีธุรกิจเกี่ยวเนื่องเป็นจำนวนมาก รวมแล้วเกือบร้อยละ 10 ของจีดีพี และจ้างงานรวมเกือบ 3 ล้านคน

รัฐบาลตัดสินใจไฟเขียวผ่อนคลายหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่อง กับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Loan- to-Value : LTV) ชั่วคราว มีผลบังคับใช้ไปถึง 31 ธ.ค. 2565

โดยลดข้อกำหนดเงินดาวน์ขั้นต่ำสำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท ตั้งแต่สัญญาที่ 2 ขึ้นไป และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยราคามากกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไปทุกสัญญา จากเดิมที่ต้องวางเงินดาวน์ขั้นต่ำ 10-30% ปรับเป็นวางเงินดาวน์ได้ต่ำสุดถึง 0%

ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2564 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ กระตุ้นเศรษฐกิจดึงดูดชาวต่างชาติ ที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทย ในลักษณะผู้พำนักระยะยาว (long-term stay) มี 4 กลุ่มเป้าหมาย

1.กลุ่มประชากรโลกผู้มีความมั่งคั่งสูง 2.กลุ่มผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ 3.กลุ่มที่ต้องการทำงานจากประเทศ ไทย หรือ Workation และ 4.กลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ

กระทรวงมหาดไทย เป็นเจ้าภาพ ในการศึกษาแนวทางการแก้ไข กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการถือครองอสังหาริมทรัพย์และที่ดิน ซึ่งจะนำร่องในปี 2565

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน