ส่งออกสินค้าอุตฯ6แสนล. – ภาคผลิตอุตสาหกรรมไทยได้อานิสงส์เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ดันดัชนีผลผลิตฯ พุ่งสูง บวกปัจจัยค่าเงินบาทอ่อน การเปิดประเทศและผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ยิ่งเสริมให้ไทยส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมมากขึ้น เดือนพ.ย.โต 23.13% มูลค่า 6.3 แสนล้านบาท

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า สถานการณ์ภาคการผลิตอุตสาหกรรมปรับตัวดีต่อเนื่อง สะท้อนจากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) เดือนพ.ย.2564 เพิ่มขึ้นจากการส่งออกที่ ขยายตัวตามทิศทางเศรษฐกิจและการค้าโลก

อีกทั้งค่าเงินบาทที่อ่อนค่าช่วยเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันด้านราคาให้กับสินค้าไทย การบริโภคสินค้าทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้น ต่อเนื่องในหลายประเทศ และภาคการผลิตทั่วโลกมีการขยายตัวช่วยสนับสนุนคำสั่งซื้อสินค้าเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมของไทย

นอกจากนี้มาตรการภาครัฐจากการเปิดประเทศ มีนักท่องเที่ยว ต่างชาติเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดในประเทศเพิ่มเติม ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดำเนินการได้อีกครั้งทั้งภาคบริการและภาคการผลิต

ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เป็นผลดีต่อกำลังซื้อภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามสถานการณ์โรคโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนที่เริ่มแพร่ระบาดตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพ.ย. ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก

ด้านนายทองชัย ชวลิตพิเชฐ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า เอ็มพีไอ เดือนพ.ย. อยู่ที่ระดับ 101.38 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.84% และปรับขึ้นสูงกว่าช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปี 2562 อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 65.81% โดย 11 เดือนของปีนี้เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5.84% อัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 63.50%

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ของแรงงานในสถานประกอบการเดือนพ.ย. ทยอยปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ สะท้อนจากดัชนีแรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 1.11% เพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน

การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเดือนพ.ย. ขยายตัว 23.13% มูลค่า 18,787.30 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6.35 แสนล้านบาท สินค้าที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบเคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก และเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน