พระบรมราชโองการ สถาปนา-ตั้งสมณศักดิ์ – พุทธศักราช 2564 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่ทรงพระราชดำริว่า พระสงฆ์ ซึ่งดำรงในสมณคุณ มีอุปการะยิ่งแก่การพระศาสนา สมควรจะได้เลื่อนอิสริยฐานันดรในสมณศักดิ์สูงขึ้นมีอยู่ จึงทรงพระกรุณาโปรดสถาปนาและตั้งสมณศักดิ์ ดังนี้

พระธรรมวัชรบัณฑิต (สมจินต์ สัมมาปัญโญ)
วันที่ 27 ม.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ พระราชปริยัติกวี (สมจินต์ สัมมาปัญโญ) เป็น พระเทพวัชรบัณฑิต วัดปากน้ำ พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร
วันที่ 7 มี.ค. พระบรมราชโองการ ประกาศพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ พระมหาประนอม ธัมมาลังกาโร (เปรียญธรรม 6 ประโยค) วัดจากแดง จ.สมุทรปราการ เป็น พระราชาคณะมีนามว่า พระเมธีวชิรโสภณ
วันที่ 29 มี.ค. พระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ โปรดสถาปนา พระธรรมฐิติญาณ ขึ้นเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า พระพรหมวชิรโสภณ สถิต ณ วัดบึงพระลานชัย พระอารามหลวง จ.ร้อยเอ็ด
พร้อมกันนี้ พระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ พระอธิการอัครเดช ถิรจิตโต เป็น พระราชพัชรมานิต สถิต ณ วัดบุญญาวาส จ.ชลบุรี
วันที่ 31 มี.ค. พระบรมราชโองการ ประกาศพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ พระราชภาวนาวิกรม เป็น พระเทพวชิรญาณ สถิต ณ วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี

พระราชพัชรญาณมุนี (ทองอินทร์ กตปุญโญ)
วันที่ 12 เม.ย. ประกาศพระบรมราชโองการ ประกาศพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ จำนวน 2 รูป ดังนี้ 1.พระอธิการทองอินทร์ กตปุญโญ เป็น พระราชพัชรญาณมุนี สถิต ณ วัดประชาคมวนาราม จังหวัดร้อยเอ็ด มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 4 รูป และ 2.พระครูวิมลปัญญาคุณ วัดป่าศรีแสงธรรม จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพระราชาคณะ มีนามว่า พระปัญญาวชิรโมลี

พระเทพมงคลวัชราจารย์ (เหลือง ฉันทาคโม)
วันที่ 7 พ.ค. พระบรมราชโองการ ประกาศพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ จำนวน 11 รูป ดังนี้ 1.พระราชปัญญาวิสารัท วัดกระดึงทอง จ.บุรีรัมย์ เป็น พระเทพมงคลวัชราจารย์ 2.พระราชวิสุทธิมุนี วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร จ.สุรินทร์ เป็น พระเทพวชิรญาณโสภณ 3.พระราชปฏิภาณโกศล วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็น พระเทพวัชรเมธี 4.พระญาณวิสาลเถร วัดสักกะวัน จ.กาฬสินธุ์ เป็น พระเทพมงคลวชิรมุนี 5.พระครูนิวิฐปุญญากร วัดธารทหาร จ.นครสวรรค์ เป็น พระราชมงคลวัชราจารย์

พระเทพวชิรญาณโสภณ (เยื้อน ขันติพโล)

พระเทพวัชรเมธี (สมคิด จินตามโย)
6.พระครูปทุมภาวนาวิกรม วัดป่าจิตตภาวนา จ.ปทุมธานี เป็น พระราชวชิรมุนี 7.พระครูปัญญาวรคุณ วัดดอยพระเจ้าตนหลวง จ.เชียงใหม่ เป็น พระราชวชิรคุณ 8.พระอธิการอุทัย สิริธโร วัดเขาใหญ่เจริญธรรมญาณสัมปันโน จ.นครราชสีมา เป็น พระราชวชิรญาณโสภณ 9.พระอธิการบุญมี ธมฺมรโต วัดป่าศรัทธาถวาย จ.อุดรธานี เป็น พระราชวชิรญาณโกศล 10.พระครูภาวนาปรีชา วัดนิคมสามัคคีชัย จ.ลพบุรี เป็น พระภาวนาวชิรญาณ และ 11.พระคม อภิวโร วัดป่าธรรมคีรี จ.นครราชสีมา เป็น พระวชิรญาณโกศล

พระราชพัชรญาณมุนี (ทองอินทร์ กตปุญโญ)

พระราชมงคลวัชโรดม (แสง จันทวังโส)

พระราชภาวนาวชิรคุณ (จื่อ พันธมุตโต)
วันที่ 6 มิ.ย. พระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ โปรดสถาปนา พระธรรมโมลี ขึ้นเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า พระพรหมวชิรโมลี สถิต ณ วัดศาลาลอย พระอารามหลวง จังหวัดสุรินทร์
นอกจากนี้ มีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ พระราชาคณะ จำนวน 10 รูป ดังนี้ 1.พระเทพปริยัติวิมล วัดบวรนิเวศวิหาร เป็น พระธรรมวิสุทธาจารย์ 2.พระเทพสังวรญาณ วัดบวรนิเวศวิหาร เป็น พระธรรมวชิรญาณ 3.พระเทพวิสุทธิมุนี วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เป็น พระธรรมวชิรมุนี 4.พระราชพุทธิมุนี วัดบวรนิเวศวิหาร เป็น พระเทพวชิรมุนี

พระเทพวชิรมุนี (ม.ล.คิวปิด ปิยโรจโน)
5.พระราชวชิรากร วัดมหาธาตุวชิรมงคล จ.กระบี่ เป็น พระเทพวชิรากร 6.พระพิพัฒน์สังวรคุณ วัดสุทัศนเทพวราราม เป็น พระราชสิทธิวิมล 7.พระครูอุดมรังษี วัดโพธิ์ชัย จ.นครพนม เป็น พระราชมงคลวัชโรดม 8. พระครูสุวิมลภาวนาคุณ วัดเขาตาเงาะอุดมพร จ.ชัยภูมิ เป็น พระราชภาวนาวชิรคุณ 9.พระปลัดสุวรรณ สุวิชาโน วัดดอนไก่ดี จ.สมุทรสาคร เป็น พระราชมงคลวุฒาจารย์ 10.พระอธิการสุทัศน์ โกสโล วัดกระโจมทอง จ.นนทบุรี เป็น พระราชภาวนาวัชราจารย์

พระพรหมวชิรโมลี (ทองอยู่ ญาณวิสุทฺโธ)

พระพรหมมงคลวัชโรดม (โอภาส โอภาโส)
วันที่ 12 มิ.ย. พระบรมราชโองการ ประกาศพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ พระราชาคณะ จำนวน 7 รูป ดังนี้ 1.พระเทพกิตติโมลี เป็น พระธรรมวชิรโมลี สถิต ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม 2.พระอมรสุธี เป็น พระราชวชิรมงคล สถิต ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม 3.พระครูศรีสมุทรวาหะ วัดสุคันธาวาส จ.สมุทรปราการ เป็น พระวชิรธรรมวิธาน
4.พระครูปลัดสัมพิพัฒนธีราจารย์ (วีรพล วีรญาโณ) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็น พระสุธีวชิรปฏิภาณ 5.พระมหาธีรพงษ์ ธีรวังโส วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็น พระทักษิณคณิสสร พระราชาคณะปลัดขวาในพระอัฐิสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส 6.พระครูสิริวีราภรณ์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็น พระอุดรคณารักษ์ พระราชาคณะปลัดซ้ายในพระอัฐิสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส 7.พระครูศรีวชิรวงศ์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็น พระญาณวชิรวงศ์
วันที่ 21 มิ.ย. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศพระบรมราชโองการ โปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ จำนวน 2 รูป ดังนี้ 1.พระครูอรุณธรรมรังษี วัดอรุณราชวราราม เป็น พระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชวัชรรังษี 2.พระครูจิรวัฒนธำรง วัดทดราษฎร์เจริญมณีฤทธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระโสภณวัชราภรณ์

พระพรหมวชิรมงคล (ลือชัย คุณวุฑโฒ)

พระพรหมวชิรโสภณ (ศรีจันทร์ ปุญญรโต)

พระพรหมวชิรคุณ (ไพบูลย์ สุมังคโล)
วันที่ 8 ก.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศพระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ โปรดสถาปนา พระเถระจำนวน 5 รูป ดังนี้ 1.พระธรรมกวี ขึ้นเป็น พระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า พระพรหมวชิรมงคล สถิต ณ วัดราชาธิวาส กรุงเทพมหานคร 2.พระธรรมไตรโลกาจารย์ ขึ้นเป็น พระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า พระพรหมวัชราจารย์ สถิต ณ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร
3.พระธรรมปาโมกข์ ขึ้นเป็น พระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า พระพรหมวชิรากร สถิต ณ วัดราชผาติการาม กรุงเทพมหานคร 4.พระธรรมรัตนดิลก ขึ้นเป็น พระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า พระพรหมวัชรเมธี สถิต ณ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร 5.พระเทพปริยัติมงคล ขึ้นเป็น พระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า พระพรหมมงคล วัชโรดม สถิต ณ วัดจองคำ จ.ลำปาง

พระเทพศากยวงศ์บัณฑิต (อนิลมาน ธัมมสากิโย)
พร้อมกันนี้ ยังมีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ พระเถระจำนวน 15 รูป ดังนี้ 1.พระเทพพัชรญาณมุนี เป็น พระธรรมพัชรญาณมุนี สถิต ณ สถานพำนักสงฆ์บ้านไร่ทอสี จ.นครราชสีมา 2.พระเทพศากยวงศ์บัณฑิต เป็น พระธรรมศากยวงศ์วิสุทธิ์ สถิต ณ วัดบวรนิเวศ กรุงเทพมหานคร 3.พระเทพวัชรบัณฑิต เป็น พระธรรมวัชรบัณฑิต สถิต ณ วัดปากน้ำ กรุงเทพมหานคร 4.พระราชปริยัติมุนี เป็น พระเทพวัชราจารย์ สถิต ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรุงเทพมหานคร 5.พระราชวชิรญาณ เป็น พระเทพพัชรญาณมุนี สถิต ณ วัดป่ารัตนวัน จ.นครราชสีมา

พระเทพปริยัติมุนี (มีชัย วีรปัญโญ)
6.พระเมธีวชิรโสภณ เป็น พระราชวัชรบัณฑิต สถิต ณ วัดจากแดง จ.สมุทรปราการ 7.พระครูภาวนาพิลาศ เป็น พระราชภาวนาพัชรญาณ สถิต ณ วัดเขาวง จ.สระบุรี 8.พระครูกันตสีลสัมบัน เป็น พระราชวัชรญาณเวที สถิต ณ วัดป่าสมบูรณ์ธรรม จ.พิษณุโลก 9.พระครูปลัด อนันต์ อกิญจโน เป็น พระราชวชิรญาณ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ สถิต ณ วัดมาบจันทร์ จ.ระยอง 10.พระครูปลัดมงคลวัฒน์ (สุพล ขันติพโล) เป็น พระราชปัญญาวชิโรดม สถิต ณ วัดเทพเจติยาจารย์ จ.เชียงใหม่
11.พระอธิการอินทร์ถวาย สนฺตุสฺสโก เป็น พระราชภาวนาวชิรากร ฝ่ายวิปัสสนาธุระ สถิต ณ วัดอุดมมงคลวนาราม จ.อุดรธานี 12.พระอธิการสุธรรม สุธมฺโม เป็น พระราชวชิรธรรมาจารย์ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ สถิต ณ วัดเกษรศีลคุณ จ.อุดรธานี 13.พระมหาตอง ธัมมวุฑโฒ (เปรียญธรรม 6 ประโยค) เป็น พระราชวชิรธรรมวิธาน สถิต ณ วัดป่าวชิรบรรพต จ.ชลบุรี 14.พระครูถิรธรรมรัต วัดราษฎร์อุปถัมภ์ จ.พังงา เป็น พระราชาคณะ มีนามว่า พระวชิรญาณโสภณ 15.พระเบร็ท อจโล ที่พักสงฆ์อานันทคีรี จ.เพชรบูรณ์ เป็น พระราชาคณะ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ มีนามว่า พระวชิรญาณมุนี
วันที่ 15 ก.ค. พระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ โปรดสถาปนา พระธรรมวิสุทธิญาณ วัดเทพนิมิตสุดเขตสยาม จ.เชียงราย ขึ้นเป็น พระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า พระพรหมวชิรคุณ
พร้อมกันนี้ ยังมีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ พระเถระจำนวน 3 รูป ดังนี้ 1.พระภัทรธรรมสุธี วัดศรีสุทธาวาส จ.เลย เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชวชิรสุธี 2.พระครูบริหารสมาธิคุณ วัดป่าบ้านเพิ่ม จ.อุดรธานี เป็น พระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชวชิรธรรมากร 3.พระครูสุขุมวรรโณภาส วัดวังอ้อ จ.อุบลราชธานี เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระพิพัฒน์วชิโรภาส
วันที่ 31 ก.ค. พระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ พระเทพปริยัติมุนี เป็น พระธรรมวชิรเมธี สถิต ณ วัดหงส์รัตนาราม พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร

พระพรหมมงคลวัชราจารย์ (ไสว วัฑฒโน)
วันที่ 18 ต.ค. พระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ โปรดสถาปนา พระธรรมวุฒาจารย์ ขึ้นเป็น พระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า พระพรหมมงคลวัชราจารย์ สถิต ณ วัดศรีสุริยวงศารามวรวิหาร พระอารามหลวง จังหวัดราชบุรี