ตรัสเรื่องโทษของศีลวิบัติและอานิสงส์ของศีลสมบัติ – คนทุศีลที่ได้ทรัพย์มาด้วยความทุจริต อาจรวยทันตาเห็น แต่ถ้าคอยเฝ้าดูอย่างพินิจพิเคราะห์ เขาก็เสื่อมจากโภคทรัพย์ที่หามาได้โดยมิชอบนั้นทุกขณะ บางคนก็หมดเนื้อหมดตัวอย่างรวดเร็ว
ที่สำคัญคือ เขาคนนั้นจะไม่มีความสุขใจมีแต่ความร้อนรุ่มกระวนกระวายใจ จะกินจะนอนก็ไม่เป็นสุข บางคนไปไหนที มีมือปืนคอยคุ้มกันเต็มอัตราศึก อยู่ที่ไหนก็จัดอารักขาเต็มที่ แต่ก็หาความสงบใจมิได้
คนทุศีลจึงไม่มีโอกาสได้เสวยผลแห่งโภคทรัพย์อย่างปลอดโปร่ง เบาสบายแม้แต่นาทีเดียว พระท่านจึงว่า คนเช่นนี้ (ถึงจะมีเงิน มากมาย) ก็คือคนยากจนนั่นเอง และจนสองชั้นเสียด้วย
– จนคุณธรรมความดีงาม
– จนเวลาแห่งการเสวยโภคทรัพย์อย่างเย็นสบายไร้กังวล
เพื่อให้ทราบชัดยิ่งขึ้นว่าคนทุศีลหรือคนมีศีลวิบัตินั้นได้รับโทษอย่างไรบ้าง ขอยกบาลีพระไตรปิฎกและอรรถกถามาให้อ่านดังนี้ครับ
ศีลวิบัติมีโทษอย่างไรบ้าง
กล่าวตามบาลี วิสุทธิมรรค ว่า “คนทุศีลย่อมไม่เป็นที่ชอบใจของเทวดาและมนุษย์เพราะเป็นคนทุศีล และเพื่อนพรหมจรรย์ด้วยกัน ตักเตือนไม่ได้ จะเป็นผู้ถึงทุกข์ในเมื่อถูก ติเตียน แม้เมื่อผู้มีศีลงดงาม เขายกย่องตน ก็รู้สึกเดือดร้อน (เพราะตนหามีศีลไม่)
และเพราะความเป็นผู้ทุศีลนั้น จะเป็น ผู้มีผิวพรรณกระด้างเหมือนแผ่นป่านปอ
อนึ่ง ผู้ที่เอาเยี่ยงคนทุศีลก็พลอยรับทุกข์ด้วยสิ้นกาลนาน เพราะฉะนั้นเขาจึงชื่อว่าเป็นผู้ป้ายทุกข์ (ให้แก่เพื่อนฝูง)
รับเทยยธรรมของทายกเหล่าใด ก็ไม่เป็นผลใหญ่แก่ทายกเหล่านั้น เหตุนั้นจึงเป็นคนมีราคาน้อย สะสางยาก เหมือนหลุมคูถที่หมักหมมแรมปี เป็นผู้หมดท่าทั้งสองฝ่าย เหมือนดุ้นไฟ (ที่เผาศพไหม้ดำทั้งสองข้าง ไม่มีที่สำหรับจับโดยไม่ให้เปื้อนมือ)
เสฐียรพงษ์ วรรณปก