ค้าปลีกเซ็งโอมิครอนฉุดใช้จ่ายซึมสมาคมผู้ค้าปลีกไทย สำรวจดัชนีค้าปลีกเดือนธ.ค. 2564 ไม่สดใส หลังโอมิครอนระบาดฉุดบรรยากาศการจับจ่าย ความเชื่อมั่นคาดลดลงยาวไปอีก 3 เดือนข้างหน้า พร้อมเสนอรัฐเร่งฟื้นเศรษฐกิจ อัดช้อปดีมีคืน ให้มีมากกว่า 1 ครั้งต่อปี และต้องช่วยลดค่าน้ำ ค่าไฟด้วย

นายฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ รองประธานสมาคม ผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยผลสำรวจความเชื่อมั่น (Retail Sentiment Index : RSI) ของผู้ประกอบการค้าปลีกประจำเดือนธ.ค. 2564 ระหว่างวันที่ 17-24 ธ.ค. 2564 ว่า ผลการสำรวจไม่สดใสเท่าที่ควร เนื่องจากการแพร่ของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น และเกรงว่าภาครัฐจะกลับมาประกาศมาตรการการควบคุมอย่างเข้มงวดอีกครั้ง แม้ยอดซื้อต่อบิลจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากราคาสินค้าที่ปรับขึ้น ไม่ใช่เกิดจากกำลังซื้อที่แท้จริง สะท้อนว่ายังต้องการแรงกระตุ้นจากมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ค้าปลีก (RSI) เดือนธ.ค. อยู่ที่ 68.4 ปรับเพิ่มขึ้นเพียง 6 จุด เมื่อเทียบกับดัชนีเดือนพ.ย. ที่ 62.1 สะท้อนการจับจ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่ปลายปีนี้ไม่คึกคักส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้ค้าปลีก RSI อีก 3 เดือนข้างหน้าปรับลดลง 4 จุดจากระดับ 69.7 ในเดือนพ.ย. มาที่ 65.1 เดือนธ.ค. สะท้อนถึงความกังวลต่อการะบาดโอมิครอน

ส่วนดัชนีความเชื่อมั่น RSI แยกตามภูมิภาค เดือนธ.ค. เพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาคเมื่อเทียบกับเดือนพ.ย.โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสาน

ดังนั้นสมาคมขอเสนอภาครัฐ 4 ข้อ คือ 1. ยกระดับความพร้อมของระบบสาธารณสุข อาทิ เร่งกระจายการฉีดวัคซีน เสริมชุดตรวจ ATK ที่มีคุณภาพและราคาเข้าถึงได้ 2. มีมาตรการเชิงรุกสำหรับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดให้มีการควบคุมอย่างเคร่งครัด 3. ช่วย ภาคเอกชนและประชาชนลดค่าใช้จ่าย ลดค่าน้ำ ค่าไฟ ลดเงินสมทบประกันสังคม ภาษีป้าย รวมถึงดอกเบี้ยเงินกู้จากสถาบันการเงิน ดอกเบี้ยบัตรเครดิต ดอกเบี้ยเงินกู้ ช่วยผู้ประกอบการทั้งที่เกี่ยวข้องกับโควิดทางตรงและทางอ้อม

และ 4. ผลักดันโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เพื่อเป็นการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง อาทิ ช้อปดีมีคืน ควรทำเพิ่มขึ้นมากกว่า 1 ครั้งต่อปี เพื่อสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบรวมกันกว่าแสนล้านบาทตลอดปี เพราะจะเห็นได้ว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัวมากนัก การกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่องของภาครัฐถือเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้เอสเอ็มอีและภาคธุรกิจไทยได้อีกครั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน