ตรัสเรื่องโทษของศีลวิบัติและอานิสงส์ของศีลสมบัติ – แม้เธอปฏิญญาความเป็นภิกษุอยู่ ก็หาเป็นภิกษุได้ไม่ เช่นเดียวกับลาที่เดินตามหลังฝูงโค เป็นผู้สะทกสะท้านเสมอ เช่นเดียวกับคนที่ก่อเวรไว้รอบตัว เป็นผู้ที่ใครๆ ไม่ควรอยู่ร่วมด้วย เหมือนซากศพของผู้ที่ตายแล้ว

แม้เธอจะประกอบด้วยคุณค่ามีความรู้เป็นต้น ก็ไม่ควรเป็นที่สักการบูชาของเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลาย เหมือนไฟเผาศพในป่าช้า ไม่ควรเป็นที่บำเรอของพราหมณ์ ผู้บูชาไฟ

เธอเป็นผู้ไม่ควรเพื่อบรรลุคุณวิเศษ เหมือนคนตาบอดอาภัพต่อการเห็นรูปฉะนั้น และเป็นผู้หมดหวังในพระสัทธรรม เช่นเดียวกับลูกคนจัณฑาลหมดหวังในราชบัลลังก์

แม้จะสำคัญว่าตัวมีสุข ก็จัดว่าถึงทุกข์เพราะยังมีส่วนแห่งความทุกข์ ดังภิกษุที่กล่าวถึงในบาลีอัคคิขันโธปมสูตร

โทษของคนทุศีลในอัคคิขันโธปมสูตร

ในบาลีอัคคิขันโธปมสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงถึงผู้ทุศีลรับเทยยธรรมของทายกซึ่งไม่เป็นการประเสริฐเลย มีใจความว่า

ยอมตายหรือรับทุกข์เจียนตายเพราะนอนกอดกองไฟเสียดีกว่าทุศีล ยอมให้เขาเอาเชือกขนสัตว์พันแข้งชักไปมา ให้มันบาดจนถึงเยื่อในกระดูก ดีกว่าทุศีลแล้วยังยินดีต่อการอภิวาทของมหาชน

ยอมให้เขาแทงด้วยหอกที่หว่างอก ยังดีกว่าทุศีลแล้วยังยินดีต่อการไหว้กราบของมหาชน ยอมให้เขาเอาแผ่นเหล็กแดงโชนนาบที่ตัวยังดีกว่าทุศีลแล้วห่มจีวรที่มหาชนถวายด้วยสัทธา

ยอมกลืนก้อนเหล็กแดงโชน ดีกว่าทุศีลแล้วบริโภคก้อนข้าวของชาวเมือง ยอมนั่งนอนบนเตียงตั่งเหล็กที่ร้อนแดงโชน ดีกว่าทุศีลแล้วใช้สอยเตียงตั่งที่มหาชนถวาย ยอมให้เขาจับห้อยหัวลงต้มในหม้อโลหะร้อนโชน ดีกว่าทุศีลแล้วอยู่ในวิหารที่ผู้มีสัทธาสร้างถวาย (บาลีอัคคิขันโธปมสูตรนี้ คณะธรรมทานเคยนำลงในหนังสือพิมพ์ พุทธสาสนา เล่ม 1 ปีที่ 1 ภาคไตรปิฎกแปลหน้า 4 ผู้ที่ปรารถนาทราบพิสดารจงดูในที่นั้น)

เสฐียรพงษ์ วรรณปก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน