กรมศิลปากรน้อมรับคำสั่งศาล – นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวถึงกรณีศาลปกครองนครศรีธรรมราช มีคำพิพากษาห้ามอธิบดีกรมศิลปากรกระทำการกำหนดเขตที่ดินเป็นเขตของโบราณสถานเฉพาะส่วนที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารคัดค้าน ว่า กรมศิลปากรรับทราบตามคำสั่งศาลปกครอง ทั้งนี้ ตนมีข้อห่วงใยถึงการเชื่อมโยงเขตพื้นที่ของวัด ในการเดินหน้าดำเนินการ เสนอวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นมรดกโลก ซึ่งจะต้องมีการกำหนดเขตพื้นที่กันชน ชั้นในและชั้นนอก เพื่อมีการควบคุมพื้นที่ เป็นไปตามหลักสากล ดังนั้นจะต้องไปดูในรายละเอียด และหารือกับทีมกฎหมายของกรมศิลปากร และคณะทำงานผลักดันวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นมรดกโลก เพื่อวิเคราะห์การทำเอกสารทางวิชาการนำเสนอด้วยว่าเมื่อมีคำสั่งศาลปกครองจะกระทบต่อการดำเนินการหรือไม่

นายกิตติพันธ์กล่าวอีกว่า การที่กรมศิลปากรกำหนดเขตที่ดิน ซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารบริเวณด้านทิศเหนือและด้านทิศใต้ เป็นพื้นที่โบราณสถานนั้น เป็นความตั้งใจดี เพื่อให้การบริหารจัดการ และการดูแลวัดเป็นไปอย่างสะดวก เป็นระบบ เมื่อมีการดำเนินการใดๆ จะต้องแจ้งขออนุญาตต่อกรมศิลปากรก่อน ตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504

“อย่างไรก็ตาม กรมศิลปากรยังให้ความสำคัญกับการดูแล อนุรักษ์ และรักษา พื้นที่ในส่วนนั้น ซึ่งหากทางวัดจะดำเนินการทำใดๆ ก็ขอให้มีการปรึกษาหารือกรมศิลปากรก่อน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อในส่วนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโบราณสถานและการเสนอชื่อเป็นมรดกโลกในอนาคต อย่างไรก็ตาม ตนจะปรึกษาทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หากได้ข้อสรุปว่าพื้นที่ที่ศาลมีคำสั่งไม่กระทบต่อการผลักดันวัดพระมหาธาตุฯ เป็นมรดกโลก ก็อาจจะไม่อุทธรณ์ แต่หากมีผลกระทบ ก็จะต้องอุทธรณ์ภายใน 30 วัน หลังมีคำสั่งศาล” อธิบดีกรมศิลปากรกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน