ต้องเสน่ห์สมุยที่หาดเชิงมน – ภาพจำ ‘สมุย’ในช่วงก่อนปี 2540 เป็นจุดหมายปลายทางของแบ๊กแพ็กเกอร์ นักแบกเป้หัวแดง หัวดำจากทั่วโลก
ต่างชาติพร้อมเปย์ ก็ใช่ว่าจะไม่มี เพราะในยุคนั้นเริ่มมีโรงแรมรีสอร์ตหรูๆ เกิดขึ้นบ้างแล้ว
ที่โด่งดังเห็นจะเป็นโรงแรมอิมพีเรียลท้องทราย สมุย, อิมพีเรียล โบ๊ท เฮ้าส์ บีช รีสอร์ท และอีกบางส่วนบนเกาะสมุย ซึ่งแต่เดิม นายอากร ฮุนตระกูล เป็นผู้บุกเบิกพัฒนา ก่อนจะขายกิจการโรงแรมทั้งหมด เหลือเพียงโรงแรมอิมพีเรียลท้องทราย หรือ โรงแรมบ้านท้องทราย เกาะสมุย ในปัจจุบัน
ส่วนอิมพีเรียล โบ๊ท เฮ้าส์ เป็นหนึ่งในโรงแรมที่ถูกเปลี่ยนมือเป็นของ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ในปัจจุบัน และมีการปรับปรุงครั้งใหญ่ให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมกับชื่อใหม่เป็น “โรงแรมมีเลีย เกาะสมุย” ภายใต้การบริหารจัดการโดย “มีเลีย” เครือโรงแรมจากประเทศสเปน และถือเป็นการกลับมาของมีเลีย ในประเทศไทยอีกครั้งในรอบกว่า 20 ปี ซึ่งโรงแรมมีเลีย หัวหิน เป็นโรงแรมแรก ก่อนเปลี่ยนเป็นโรงแรมฮิลตัน หัวหิน ในปัจจุบัน
ทริปนี้เราพักกัน 3 วัน 2 คืน เดินทางโดยเครื่องบินลงสนามบินสมุย นั่งรถต่อ 15 นาที ราวๆ เที่ยง ก็มาถึงโรงแรมมีเลีย สมุย รีสอร์ต ระดับห้าดาว บนหาดเชิงมน ชายหาดเล็กๆ ที่ไม่ยาวมากนัก ลักษณะเป็นอ่าวส่วนตัวที่ไม่มีความวุ่นวาย
โรงแรมมีเลีย สมุย ยังได้รับรางวัล 1 ใน 20 รีสอร์ตที่ดีที่สุดในประเทศไทยปี 2564 จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้อ่านนิตยสาร คอนเดนาสต์ ทราเวลเลอร์
พนักงานโรงแรมต้อนรับด้วยเวลคัมดริงก์สมุนไพรพอให้ได้ชื่นใจ จากนั้นพาชมมิวเซียมย่อมๆ มีเรือจำลองที่โถงล็อบบี้ บอกเล่าความเป็นมาของห้องโบ๊ตสวีต ห้องพักลักษณะพิเศษที่มีเพียง 30 ห้อง จากทั้งหมด 200 ห้อง โดยโบ๊ตสวีต เป็นห้อง 2 ชั้น ที่ออกแบบให้อยู่ภายในเรือไม้สักอายุกว่าร้อยปี ที่ในอดีตใช้ขนส่งสินค้าเพื่อการค้าขายในทะเลอ่าวไทย ซึ่งเจ้าของโรงแรมเดิมได้รวบรวมมา 100 ลำได้ แต่เหลือใช้ได้เพียง 34 ลำ
ฟังแล้วอาจพาให้นึกภาพการตกแต่งภายในห้องโบ๊ตสวีตดูย้อนยุค แต่ผิดคาดการตกแต่งห้องมีการผสมผสานความเก่ากับใหม่เข้าด้วยกันในสไตล์โมเดิร์นและวินเทจ ที่เน้นความเรียบง่ายด้วยการใช้โทนห้องสีขาวให้ความรู้สึกผ่อนคลายเรียบหรู ตัดกับพื้นไม้ที่เพิ่มความอบอุ่นน่าอยู่มากยิ่งขึ้น
ส่วนห้องน้ำมาในแบบเซ็กซี่บาธรูม และฟังก์ชันห้องรับแขกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่คุมโทนสีฟ้าพาสเทลกับสีเบจ ชั้นบนเป็นระเบียงตกแต่งเฟอร์นิเจอร์และเพิ่มลูกเล่นด้วยที่นั่งตาข่าย ทำให้การพักผ่อนแสนสบายยิ่งขึ้น
ที่นี่ยังเน้นการมาพักผ่อนแบบครอบครัว ด้วยกิจกรรมสันทนาการที่รองรับสำหรับเด็กเล็ก ที่ห้องคิดส์คลับ สระว่ายน้ำที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะสมุย มีสระว่ายน้ำเด็ก มีสวนน้ำขนาดเล็ก และที่ชื่นชอบของเด็กๆ คือสไลเดอร์ไม่สูงมากนัก รับรองเล่นกันเพลินไม่ยอมขึ้นห้องเลย แถมมีพี่โคโค่ (Coco) มาสคอตช้าง ที่จะเป็นเพื่อนเล่น แจกขนมเด็กๆ ให้ได้ดีใจกันด้วย
มาชื่นชมธรรมชาติริมหาดของโรงแรมกันบ้าง ความที่หาดเชิงมนอยู่ในบริเวณที่มีน้ำทะเลเรียบ คลื่นไม่แรง และหน้าหาดมีความกว้างกว่าหาดอื่นๆ ทำให้เหมาะมากสำหรับกิจกรรมสันทนาการกีฬาทางน้ำ ซึ่งโรงแรมก็มีให้บริการฟรี อาทิ พายเรือคยัก กระดานยืนพายแพดเดิลบอร์ด ส่วนเด็กๆ ก็เล่นน้ำทะเลได้ ชายหาดไม่ลึกมาก เหมาะแก่การลงเล่นน้ำอย่างปลอดภัย หรือจะเลือกเดินออกกำลังกาย ยามเช้า ได้เห็นวิถีชาวบ้าน นั่งดูเจ้าตูบวิ่งตามรถ 6 ล้อ ลงทะเลเพื่อส่งพนักงานไปทำงานบนเกาะส่วนตัวที่เห็นในระยะไม่ไกลก็ เพลินดี
ในโรงแรมยังมี ยี่ สปา (YHI Spa) บริการนวดผ่อนคลายอีกด้วย
ส่วนบริการอาหารเช้าก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ประทับใจสุดๆ ด้วยเมนูแบบ a la carte เป็นเมนูตามสั่งให้เลือก 7 สไตล์ แน่นอนเมนูแนะนำคือ อาหารเช้าแบบสแปนิช นอกจากนี้ยังมีอาหารไทย จะเลือกจานหลักเป็นข้าวยำ ข้าวต้มหมู หรือก๋วยเตี๋ยวก็ได้ ตามด้วยติ่มซำและข้าวเหนียวหมูปิ้ง แอบชิมของเพื่อนอร่อยมาก อาหารญี่ปุ่น อังกฤษ อิตาเลียน ตะวันออกกลาง ก็มีให้เลือกตามชอบ แต่เราเลือกเมนู บาลานซ์ บาย มีเลีย แนะนำเลยล่ะ เริ่มจากโยเกิร์ตพร้อมผลไม้ ตกแต่งอย่างสวย ต่อด้วยสลัดผักกับบาซามิกซอส และที่เด็ดอยู่ที่ข้าวโอ๊ตต้ม หอมอร่อย สุขภาพดี ตบท้ายด้วยขนมปังมัลติเกน อยู่ท้องเลย
สายหน่อยมองหาที่นั่งทำงานในบรรยากาศแดดอ่อน ท่ามกลางเสียงคลื่นเบาๆ กับวิวทะเลกว้างๆ แนะนำให้นั่งที่ร้าน THE BREEZA BEACH ห้องอาหารริมหาดของโรงแรม การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตก็มีความเสถียรสุดๆ
ระหว่างวันแทบไม่อยากออกไปไหน หิวก็ทานอาหารที่นี่เลย เราเลือกสั่งเมนูอาหารไทยรีเควสต์รสจัดจ้าน ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ส่วนราคาค่อนข้างสูงตามมาตรฐานโรงแรม 5 ดาว
วันรุ่งขึ้นตื่นเช้าเดินออกกำลังกาย กินอาหารเช้าของโรงแรม ช่วงสายๆ เล่นน้ำสระ มื้อเที่ยงมีนัดที่ร้านขนมจีนป้าไมตรี บอกเลยว่าขนมจีนน้ำยาปูกับขนมจีนแกงไตปลาเด็ดมาก และยังได้ชิมขนมจีนแกงไก่ของเพื่อนนิดหน่อย สุดท้ายให้ 2 เมนูแรกชนะเลิศ จานละ 50 บาท ปริมาณไม่มาก แต่รสชาติคับจาน
จัดจ้านกันไปแล้ว ตามหาคาเฟ่เก๋ๆ เราไปหยุดกันที่ Sea Sun คาเฟ่สมุย ริมชายหาดดาวล้านดวง เป็นคาเฟ่เปิดใหม่ได้ไม่นาน ปรับปรุงบาร์เก่าเป็นร้านคาเฟ่กึ่งร้านอาหาร ร้านอยู่ใกล้วัดพระใหญ่ มีมุมมหาชนให้ถ่ายรูปตั้งแต่หน้าร้าน ทางเข้าร้าน เคาน์เตอร์บาร์ ไปถึงที่นั่งริมทะเล เห็นองค์พระใหญ่ชัดเจนมาก
นั่งเปิดคอมพ์ทำงานเกือบชั่วโมง ไม่ทันได้รอดูพระอาทิตย์ตก เพราะทิ้งเพื่อนทำงานอยู่ที่โรงแรม กลัวจะหิวท้องกิ่ว เรามุ่งไปที่ร้านคาเฟ่ แล บัว อาหารอีสาน-ใต้ฟิวชั่น แถวบ่อผุด อาหารรสจัดจ้าน หอมปลาร้านัวๆ อร่อย ราคาไม่สูงมาก บรรยากาศร้านก็ดี สไตล์โรงนา หลังคาสูงโปร่ง ด้านในสุดของร้านทำเป็นระเบียงโอเพ่นแอร์ จิบกาแฟไปชมบัวไป เสียดายก็แต่ช่วงที่ไปเห็นแต่ต้นกะใบ ไม่มีบัวให้แลแม้แต่ดอกเดียว
ทริปนี้อิ่มหนำ ได้งาน ได้พักผ่อนชาร์จพลังด้วย สมุยวันนี้เปลี่ยนไปจากวันนั้นมาก แต่ทะเล ชายหาด อาหาร ผู้คน ก็ยังมีเสน่ห์อยู่เสมอ
วิภา สุนันท์สถาพร