1ปีรัฐประหารพม่าขู่อีกห้ามชุมนุม – วันที่ 1 ก.พ. รอยเตอร์รายงานว่า ประชาชนเมียนมาฝ่าฝืนคำสั่งของรัฐบาลทหารซึ่งข่มขู่จะจำคุกผู้ที่ประท้วงเงียบในวันที่ 1 ก.พ. ตรงกับวันครบรอบ 1 ปีในเหตุการณ์ที่กองทัพ ยึดอำนาจจากนางออง ซาน ซู จี ผู้นำรัฐบาลพลเรือน ขณะที่สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และแคนาดา ประกาศเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ด้วยการขยายการขึ้นบัญชีดำบุคคลที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลทหารเมียนมา
ก่อนวันครบรอบไม่กี่วัน บรรดานักเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ประชาชนประท้วงเงียบอยู่ ในบ้าน ส่วนร้านค้าและธุรกิจต่างๆ ก็ให้ปิดทำการในวันครบรอบการยึดอำนาจ “หากเรา โชคดีเราอาจถูกจับและต้องใช้ชีวิตในคุก แต่หากเราโชคร้ายเราจะถูกทรมานและโดนสังหาร” นายนัน ลิน เยาวชนนักเคลื่อนไหวที่หวังว่าการประท้วงจะส่งสารไปถึงรัฐบาลทหาร

ครบปี – บรรยากาศเงียบเชียบของนครย่างกุ้งในวันครบรอบ 1 ปีที่กองทัพเมียนมา ก่อรัฐประหาร หลังนักเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ประชาชนพร้อมใจประท้วงเงียบอยู่ในบ้าน ส่วนร้านค้าและธุรกิจต่างๆ ก็พากันปิดให้บริการ (เอเอฟพี)
ด้านโกลบอลนิวไลต์ ออฟ เมียนมา สื่อทางการรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา พลเอกอาวุโสมิน อ่อง ไหล่ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและนายกรัฐมนตรีเมียนมา ประกาศขยายสถานการณ์ฉุกเฉินออกไปอีก 6 เดือนเพื่ออำนวยจัดการเลือกตั้งตามที่สัญญาไว้ โดยจะจัดการเลือกตั้งเมื่อสถานการณ์สงบและมีเสถียรภาพ แต่ยังไม่ระบุเวลาที่แน่ชัด
“เป็นสิ่งจำเป็นที่จะจัดเส้นทางที่ถูกต้องสำหรับประชาธิปไตยแบบหลายพรรคตาม หลักการที่แท้จริง” พล.อ.มิน อ่อง ไหล่ กล่าวและระบุถึงภัยคุกคามจากผู้ก่อวินาศกรรม ทั้งจากภายในและนอกประเทศ รวมถึงการโจมตีโดยผู้ก่อการร้าย
ขณะเดียวกันในเมืองมิตจีนา ทางตอนเหนือ กองทัพระดมติดป้ายประกาศเตือนชาวบ้านว่าไม่ให้เข้าร่วมการประท้วงเงียบ มิฉะนั้นจะถูกจำคุกสูงสุด 20 ปี ที่นครย่างกุ้ง ผู้จัดการ ประท้วงโพสต์ภาพการชุมนุมของผู้ประท้วงที่พากันสาดสีแดงบนพื้นถนน และถนนหนทางในหลายเมืองใหญ่เกือบร้างผู้คนเนื่องจากประชาชนพากันประท้วงเงียบอยู่แต่ในบ้าน แต่มีรายงานการจับกุมผู้ชุมนุม 4 คนในเมืองพะสิม ในข้อหาปลุกประดมการประท้วงทาง เครือข่ายสังคมออนไลน์ ส่วนกรุงเนปยีดอว์ มีฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลทหารหลายพันคนออกมาชุมนุม เต้นรำ และชูรูปของพล.อ.มิน อ่อง ไหล่ พร้อมข้อความอวยพรให้สุขภาพแข็งแรง
ด้านนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) แถลงเรียกร้องให้รัฐบาลทหารเมียนมาอนุญาตให้มีการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมากขึ้น แต่รัฐบาลทหารเมียนมากล่าวหายูเอ็นว่ามีอคติและแทรกแซงกิจการภายในของประเทศ รวมถึงปฏิเสธที่จะจำนนต่อแรงกดดันจากนานาชาติแม้หลายบริษัททยอยยกเลิกกิจการในเมียนมาก็ตาม
แถลงการณ์ร่วมของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศออสเตรเลีย อังกฤษ เกาหลีใต้ สหรัฐ และแคนาดา ตลอดจนสหภาพยุโรป (อียู) กระตุ้นให้นานาชาติยุติการส่งอาวุธ วัตถุ และอุปกรณ์ที่ใช้ได้สองทาง ทั้งทางสันติและทางการทหาร รวมถึงความช่วยเหลือทางเทคนิคแก่รัฐบาลทหารเมียนมา ส่วนรัฐมนตรีต่างประเทศของชาติสมาชิกอาเซียนแถลงการณ์ร่วมกันในโอกาสครบรอบ 1 ปีรัฐประหารว่า สภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในเมียนมายังคง เลวร้าย พร้อมเรียกร้องให้ปล่อยตัวนางซู จี และ นักโทษทางการเมืองทั้งหมด