วัดคฤหบดีสงฆ์-เปลี่ยนผ้าไตร สังขาร‘หลวงพ่อสว่าง อุตตโร’ – คณะกรรมการวัดและลูกศิษย์ประกอบพิธีเปลี่ยนผ้าไตรจีวรสรีรสังขาร พระวิบูลวชิรธรรม หรือ “หลวงพ่อสว่าง อุตตโร” “อดีตเจ้าอาวาสวัดคฤหบดีสงฆ์ (วัดท่าพุทรา) ต.ท่าพุทรา อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร เกจิดังเมืองกำแพงเพชร ได้มรณภาพ เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2520 จนถึงปัจจุบันเวลาผ่านไปกว่า 45 ปี
โดยสรีรสังขารหลวงพ่อสว่างยังคงเดิมไม่เน่าเปื่อยสลายไปตามกาลเวลา ทำให้ลูกศิษย์ ลูกหาศรัทธาหลวงพ่อ
เมื่อครั้งยังมีชีวิต หลวงพ่อสว่าง บรรดาศิษย์ทั้งหลายเรียกขานท่านว่า “หลวงพ่อปลอดภัย” ด้วยผู้ที่คล้องบูชาวัตถุมงคลเหรียญปลอดภัย ของหลวงพ่อสว่าง ล้วนมีประสบการณ์แคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตราย อุบัติเหตุผ่อนหนักเป็นเบาทั้งสิ้น
ทั้งนี้เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา พระราชวชิรเมธี (วีระ วรปุญโญ) เจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพชร และเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุ พระอารามหลวง จ.กำแพงเพชร และ นายสดุดี พุทธัง นายอำเภอคลองขลุง พร้อมผู้นำท้องถิ่นและคณะลูกศิษย์กว่าร้อยคนร่วมพิธีการเปลี่ยนจีวร “หลวงพ่อสว่าง อุตตโร” (หลวงพ่อปลอดภัย) จนแล้วเสร็จ
“หลวงพ่อสว่าง อุตตโร” หรือ “พระวิบูลวชิรธรรม” แห่งวัดท่าพุทรา มีนามเดิมว่า สว่าง เจริญศรี เกิดที่บ้านน้ำหัก ต.ท่างิ้ว อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 มิ.ย.2426
เมื่อเกิดได้เพียง 5 วัน มารดาของท่านก็เสียชีวิต ย่างเข้าสู่วัยเยาว์ ท่านมีอายุพอสมควรที่จะเล่าเรียนศึกษาได้ ท่านก็เริ่มศึกษาเล่าเรียนอักขรสมัย และหนังสืออักขระขอมเบื้องต้น จากขุนเจริญสวัสดิ์บิดาของท่าน
อายุ 13 ขวบ บิดาเสียชีวิต
ต่อมาญาติสนิทได้นำไปฝากกับหลวงพ่อเผือก (พระครูบรรพโตปมญาณ) วัดหัวดงเหนือ ต.หัวดง อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์
ในสมัยนั้น วัดหัวดงเหนือเป็นสำนักเรียนอักขรสมัยมูลกัจจายน์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ท่านได้ศึกษาเล่าเรียนมูลกัจจายน์ และหนังสืออักขระขอมอยู่ที่วัดหัวดงเหนือ เป็นเวลานาน 7 ปี มีพระอาจารย์สด (ต่อมาได้เลื่อนฐานะเป็นพระครูสวรรค์วิถี) เป็นครูสอน
เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันพุธที่ 3 ธ.ค.2445 ที่พัทธสีมาวัดขุนญาณ ต.คลองเมือง อ.กรุงเก่า จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีพระญาณไตรโลก (สะอาด) วัดศาลาปูน จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นพระอุปัชฌาย์, พระวินัยธรศรี วัดศาลาปูน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระปลัดแพ วัดศาลาปูน เป็นพระอนุสาวนาจารย์
หลังอุปสมบท ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยและบาลีอยู่ที่สำนักเรียนวัดศาลาปูนเป็นเวลา 2 ปี และกลับมาอยู่กับหลวงพ่อเผือก ที่วัด หัวดงเหนือตามเดิม ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยจากพระครูสวรรค์วิถี (พระอาจารย์สด) ก่อนย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดท่างิ้ว จ.นครสวรรค์ เป็นเวลา 2 พรรษา
พระอาจารย์ปั้น เจ้าอาวาสวัดท่างิ้วมรณภาพ ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสแทน
ในปี พ.ศ.2468 ท่านได้รับแต่งตั้งเป็น เจ้าคณะอำเภอขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร พ.ศ.2468 เป็นพระอุปัชฌาย์
พ.ศ.2470 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรในราชทินนามที่ พระครูวิบูลวชิรธรรม
ในปี พ.ศ.2500 คณะสงฆ์อำเภอคลองขลุงและชาวตำบลท่าพุทรา ได้อาราธนาหลวงพ่อสว่างให้ย้ายมาอยู่จำพรรษาที่วัดคฤหบดีสงฆ์ ต.ท่าพุทรา อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร สร้างความเจริญให้กับวัดแห่งนี้จวบจนวาระสุดท้ายของท่าน
พ.ศ.2501 ท่านได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระวิบูลวชิรธรรม
หลวงพ่อสว่างจัดสร้างเหรียญปลอดภัย และเหรียญที่ระลึกรูปเหมือนขนาดต่างๆ เป็นต้น
วัตถุมงคลหลวงพ่อสว่างที่ได้รับความนิยมจากบรรดาเซียนพระและผู้นิยมสะสมพระเครื่องคือ พระผงว่าน 108 ชนิด ผสมผงมหาราช เป็นรูปพระพุทธแบบสามเหลี่ยม และเม็ดน้อยหน่า หลวงพ่อสว่าง จัดสร้าง ในปี พ.ศ.2480-2483 เมื่อครั้งอยู่จำพรรษาที่วัดท่างิ้ว
หลวงพ่อสว่างเคยมอบให้ พ.อ.พระยาพหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรี นำไปแจกทหารที่ไปรบในสงครามอินโดจีน ท่านสร้างครั้งเดียวแล้วไม่ได้สร้างอีก นับว่าเป็นพระผงที่ควรหาไว้ใช้เป็นอย่างยิ่ง
ช่วงปัจฉิมวัยหลวงพ่อสว่างอาพาธบ่อยครั้ง แต่ท่านไม่เคยปริปากให้ทราบ
สุดท้ายมรณภาพวันอังคารที่ 1 ก.พ.2520 เวลา 14.30 น. สิริอายุ 94 ปี พรรษา 74
สำหรับการเปลี่ยนผ้าไตรจีวรสรีรสังขารนั้น จะทำก่อนการจัดงานครบรอบวันมรณภาพ ทุกปี โดยปี พ.ศ.2565 กำหนดจัดงานเข้ากราบสรีรสังขาร วันที่ 31 ม.ค. – 4 ก.พ.2565
จึงขอเชิญศิษยานุศิษย์ร่วมงานเพื่อความเป็นสิริมงคลกันอย่างถ้วนหน้า
อาทิตย์ สุวรรณโชติ