เรื่องราวของนางอัมพปาลีคณิกา – ขณะที่นางอัมพปาลีพบพระพุทธเจ้านั้นเป็นช่วงสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพ ของพระบรมศาสดาแล้ว นางได้สดับข่าวว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมาถึงเมืองไพศาลี นางก็ นั่งยานอย่างดี (เทียบสมัยนี้ก็รถยี่ห้อดังแพงๆนั่นแหละครับ) ไปหาพระพุทธเจ้า ลงจากยานแล้วก็เดินเข้าไปเฝ้าถึงที่ประทับ สดับพระธรรมเทศนาที่พระพุทธองค์ทรงแสดงให้ฟังแล้วก็จิตเลื่อมใสแน่วแน่ในพระรัตนตรัย กราบทูลอาราธนาพระพุทธองค์ไปเสวยภัตตาหาร ณ ที่พักของตน เมื่อทราบว่า พระพุทธองค์ทรงรับแล้วก็กลับไปด้วยดวงใจ อันปลื้มปีติ

สวนทางกับพวกลิจฉวีซึ่งก็กำลังไปเฝ้าพระพุทธเจ้า เพื่อกราบทูลอาราธนาพระองค์ไปเสวยภัตตาหารที่ตำหนักของตนเช่นกัน พอรู้ว่านางอัมพปาลีอาราธนาพระองค์ก่อนแล้ว จึงต่อรองขอให้นางสละสิทธิ์ โดยเสนอให้เงินจำนวนแสนกหาปณะ นางอัมพปาลีปฏิเสธกล่าวว่าถึงจะให้เมืองไพศาลีรวมทั้งชนบท ทั้งหลาย นางก็จะไม่ยอมสละสิทธิ์นี้

เอาเมืองทั้งเมืองมาแลกก็ไม่ยอม ว่าอย่างนั้นเถอะ

นางอัมพปาลีได้ถวายสวนมะม่วงของตนให้เป็นวัดในพระพุทธศาสนา พระพุทธองค์ประทับอยู่ ณ อัมพปาลีวันระยะหนึ่ง แล้วก็เสด็จดำเนินไปยังเวฬุวคามทรงเข้าจำพรรษาสุดท้าย ณ เวฬุวคามนี้

ณ ที่นี้เอง อาพาธอันแรงกล้าได้เกิดขึ้น แก่พระพุทธองค์ พระโรคประจำพระองค์ ภาษาบาลีเรียกว่าปักขันทิกาพาธ แปลกันว่าโรคลงแดง หมายถึงถ่ายเป็นเลือด ฝรั่งเรียกว่า dysentery ไม่รู้ตรงหรือเปล่า

เสฐียรพงษ์ วรรณปก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน