‘มีน’สัมผัสก้าวที่ใหญ่สู่บ้านใหม่ครอบครัวช่อง33 – ก้าวสู่สังกัดช่อง 3 เป็นหนึ่งหนุ่มใน “SUPERNOVA” และมีผลงานชิ้นแรกด้วยการเป็นหนึ่งในพิธีกรรายการ “Thailand, I Miss You! (ไทยแลนด์, ไอ มิส ยู!)” ล่าสุดนักแสดงหนุ่ม ‘มีน’ พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร ได้ชิมลางงานแสดงละครเรื่องแรก “เพชฌฆาตจันทร์เจ้า” ในฐานะนักแสดงสังกัดช่อง 3 กับบท ‘ภพ’ นักฆ่าสุดคิวต์

วันนี้มาทำความรู้จักต้าวตี๋คนดังที่เปิดใจให้สัมภาษณ์ ทั้งเรื่องงาน ชีวิตส่วนตัว รวมถึงเรื่องหัวใจที่คบกับยูทูบเบอร์สาวคนดัง ‘ดรีม’ อภิชญา พานิชตระกูล

ในละคร “เพชฌฆาตจันทร์เจ้า” รับบทเป็นใคร?

มีน – “เป็น ภพ หนึ่งในสามนักฆ่า คาแร็กเตอร์จะเป็นนักฆ่าที่พูดน้อย เน้นการ กระทำ สื่อสารกันด้วยการแสดงออก เป็นคนที่รักจริง ทุ่มเทให้กับความรัก บทค่อนข้างไกลตัวเพราะมันไม่ค่อยพูด ทำให้เราต้องทำการบ้านเยอะ แล้วซีนแอ๊กชั่นก็ยาก ต้องไปเรียนเพิ่ม เรียนยิงปืน เรียนต่อยมวย เรียนบู๊”

เรื่องแรกมาก็บู๊จัดเต็มเลย?

มีน – “ชอบนะ สนุกดี ได้ใช้แรงดี ยิ่งได้เล่นกับพี่เกรท (วรินทร) เขาจะบอกเสมอว่า มาเลยน้อง เตะตรงนี้ กระโดดเลย ด้วยความที่เราเล่นกับคนที่เขาเต็มที่ มันสนุกครับ ถามว่ากลัวเจ็บไหม ไม่ครับ แต่เราจะกลัวเรื่องความปลอดภัย อย่างตอนยิงปืนจะมีเสียง รวมถึงเรื่องคิวด้วย คือจะมีปืนฝุ่นด้วยครับ เขาแม่นมากๆ ก็จะเสียวนิดนึง”

ยากไหม กับละครเรื่องแรก?

มีน – “ยากนะ เพราะผมไม่เคยเล่นละคร เล่นแต่หนัง เล่นซีรีส์ พอมาเจอละครเลยทำให้ต้องปรับตัวในช่วงแรกๆ 3 อาทิตย์แรก โดนเรียกเข้าไปในห้องผู้ช่วยผู้กำกับฯ เขาเปิดให้ดูเลยว่าเวลาผมและพี่แยม (มทิรา) เล่นด้วยกัน ภาพแคบมันดูเหมือนผมเล่นเบาไป เขาบอกว่าให้เล่นใหญ่อีก เขาบอกว่าจริงๆ ผมเล่นดีแล้ว กล้ามเนื้อชัด แต่ต้องฝึกตรงนี้เพิ่ม”

“ยอมรับว่าตื่นเต้นเหมือนกันนะ เพราะเป็นผลงานละครเรื่องแรก ไม่รู้ว่ากระแสตอบรับจะเป็นยังไง แล้วพอเราไปอยู่ในจอทีวีมันจะเป็นยังไงในฐานะนักแสดงช่อง 3 แต่เท่าที่ฟังฟีดแบ็กจากคนในช่องมา น่าจะโอเคอยู่นะ (ยิ้ม)”

รู้สึกอย่างไรกับการได้ก้าวเข้ามาอยู่ในครอบครัวช่อง 3?

มีน – “รู้สึกว่าเป็นอีกก้าวใหญ่ของผม เพราะเป็นโอกาสที่ตอนเด็กก็ฝันว่าอยากมีหน้าตัวเองอยู่ในช่องทีวี เมื่อก่อนก็อาจมีบ้าง แต่พอได้เข้ามาเล่นเต็มตัวก็ดีเลยครับ และเหมือนตัวเองกลับมาเป็นเด็กอีกครั้ง คือตอนเล่นซีรีส์ หรือทำงานอื่นๆ ก่อนหน้านี้ก็จะมีทีมงานเด็กๆ มีรุ่นน้อง แต่พอเรามาอยู่ในกองละคร เรากลายเป็นเด็กที่สุดในกองอีกครั้ง ก็รู้สึกตื่นเต้นครับ”

“ยังไงก็ขอฝากละครเรื่องแรกของผม เพชฌฆาตจันทร์เจ้า ด้วยครับ ออกอากาศเวลา 20.30 น. ช่อง 3 ครับ แล้วก็เดี๋ยวเดือน มี.ค. มีหนัง พี่นาคภาค 3 ในโรงภาพยนตร์ครับ”

เข้าสู่วงการบันเทิงได้ยังไง?

มีน – “ตอนนั้นอยู่ ม.5 พอดีมีเวลาว่าง ผู้จัดการผมทักไอจีมาว่าไปลองแคสต์งานดูไหม มีหนึ่งงานเป็นซีรีส์ ก็ไปลองแคสต์ดูแล้วก็ได้เข้ารอบลึกๆ ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นมาต่อเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้ จริงๆ ไม่ได้ตั้งใจอยากเป็นนักแสดง พอดีมีเวลาว่างเลยอยากหาอะไรทำ อยากลองดู คือก่อนหน้านี้ตอนช่วง ม.3 เคยมีคนมาชวนครั้งหนึ่ง แต่เขาบอกว่าถ้าจะเล่นต้องเสียเงินเรียนแอ๊กติ้งก่อน มีราคาที่ต้องจ่าย ผมเลยปฏิเสธ เพราะรู้สึกว่าเราไม่ควรจะต้องเสียเงินก่อน แต่พอเราได้มีโอกาสอีกครั้ง ก็อยากลองว่าการเป็นนักแสดงมันเป็นอย่างไร”

นิสัยส่วนตัวเป็นคนยังไง?

มีน – “ผมเป็นคนทำอะไรชอบวางแผน จริงจัง และเต็มที่ เป็นคนที่ค่อนข้างจะคอนเซ็นเทรตกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เวลาทำงานจะจริงจังกับการทำงาน เวลาพักผ่อนก็จะจริงจังกับการพักผ่อน เป็นคนชอบแบ่งเวลาและวางแผนครับ”

“ส่วนสิ่งที่ชอบทำในเวลาว่าง ผมชอบเล่นกีตาร์ คีย์บอร์ด เบส และชอบฟังเพลงกับดูหนัง แต่ช่วงนี้กำลังศึกษาพวกเฟอร์นิเจอร์ของแต่งบ้านเป็นพิเศษ เพราะกำลังทำบ้าน สร้างบ้านให้พ่อแม่ ก็จะดูต้นไม้ เก้าอี้ และอุปกรณ์ต่างๆ เรียกว่ากำลังอินกับการแต่งบ้านครับ (หัวเราะ)”

บ้านสร้างเสร็จหรือยัง?

มีน – “(หัวเราะ) ยังครับ กำลังขออนุญาตเขตอยู่ครับให้อนุมัติการต่อเติมบ้าน เพราะซื้อทิ้งมา 1 ปีแล้วยังไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ผมออกแบบเสร็จแล้วเรียบร้อย รอต่อเติมและตกแต่ง ก็วางแผนไว้อยากให้เสร็จกลางปีนี้”

บ้าน 20 ล้าน สร้างด้วยน้ำพักน้ำแรง?

มีน – “ก็นอกจากน้ำพักน้ำแรง ก็สเตตเมนต์เงินกู้ครับ (หัวเราะ) เป็นเงินก้อนที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตแล้วแหละ แล้วก็เป็นเงินอนาคตที่เยอะมากๆ ก็ต้องหลับหูหลับตาผ่อนไปอีกสักพักใหญ่ๆ เลยครับ แต่ว่าก็ทำให้เราทำงานง่ายขึ้น มีเวลามากขึ้น มีความสุขมากขึ้น ได้อยู่กับครอบครัวมากขึ้น มันก็เป็นอะไรที่โอเค”

พ่อแม่ภูมิใจกับความสำเร็จลูกชาย?

มีน – “แม่อยากเข้าไปอยู่แล้วครับ เพราะแม่อยากเลี้ยงหมามาก ช่วงแรกๆ เขาก็ตื่นเต้นนะ แต่พอหลังๆ มาทำไม่เสร็จสักที เขาก็เริ่มบ่นๆ แล้ว ว่าเมื่อไหร่จะเสร็จ ซื้อมายังไม่เคยเข้าไปอยู่เลย ยังไม่ได้เสียค่าไฟสักเดือนเลย ทุกวันนี้ประกันฉีดปลวกหมดแล้วครับ”

ต่อจากนี้มีการวางแผนชีวิต วางเป้าหมายในชีวิตไว้อย่างไร?

มีน – “เป้าหมายแรกในปีนี้ผมอยากให้บ้านเสร็จเร็วที่สุด ส่วนถ้าเป้าหมายกว้างๆ ก็อยากลองเป็นพระเอกละครดูครับ (หัวเราะ) ซึ่งบทบาทตัวละครที่อยากเล่นมากที่สุด อยากเล่นบทที่มันท้าทาย ซับซ้อน มีหลายบุคลิก จะเป็นตัวร้ายก็ได้ หรือจะเป็นตัวร้ายยุคใหม่ที่ตอนจบน่าสงสาร คือเป็นตัวละครที่มีหลายมิติ เล่นแล้วให้คนเห็นใจ ผมว่าท้าทายดี”

“ส่วนการวางแผนชีวิตก็ทำงานในวงการอยู่เบื้องหน้าไปก่อน และก็แพลนทำงาน เบื้องหลังไว้บ้าง ถ้ามีโอกาสก็อยากทำงานเบื้องหลังบ้าง คิดว่างานเบื้องหน้าและ เบื้องหลังมันไปด้วยกันได้ แต่เบื้องหลังมันเป็นแพสชั่นตั้งแต่เด็กครับ อยากทำหนัง ทำซีรีส์ ทำโฆษณา ซึ่งผมเรียนจบด้านกำกับการแสดงมาด้วย คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ม.ธรรมศาสตร์ ถ้ามีโอกาสก็น่าจะได้เห็นผลงานกันครับ จริงๆ มีแพลนไกลๆ อยู่เรื่องหนึ่ง ไว้รอติดตามดีกว่า แต่ตอนนี้อาชีพหลักก็เป็นเบื้องหน้าอยู่นะ (หัวเราะ) เพราะผมก็ชอบเหมือนกันครับ”

มาถึงเรื่องหัวใจบ้าง กับ ‘ดรีม อภิชญา’ เรียกแฟนได้เต็มปากหรือยัง?

มีน – “(หัวเราะ) ผมว่าแล้วแต่จะเรียกดีกว่า ก็เป็นสิ่งที่รู้กันเอง แต่ก็ไม่ได้เรียกกันขนาดนั้น เป็นคนที่ไม่ได้ฟิกซ์กับคำสรรพนาม เราก็เรียกกันแค่ชื่อ เรียกดรีม เรียกยูครับ”

ตอนนี้ศึกษาดูใจ พัฒนากันไปถึงไหนแล้ว?

มีน – “ก็รู้จักกันมากขึ้นเรื่อยๆ ได้มีโอกาสเจอกับที่บ้านเขาบ้าง และก็เพื่อนๆ เขาครับ แต่ก็ไม่บ่อยมาก”

เพื่อนๆ เขา อย่าง ก้อย (อรัชพร) นัตตี้ (นันทนัท) ให้ผ่านใช่ไหม?

มีน – “เขาไม่ได้ชูป้ายเขียวนะครับ แต่คิดว่าน่าจะปกติ ผมไม่รู้ว่าผ่าน หรือไม่ผ่าน คือเรารู้จักพวกเขามาอยู่แล้ว ก็เป็นเพื่อนเป็นพี่น้องกัน ก็เลยไม่รู้ ไม่ค่อยได้กะเกณฑ์ หรือกำหนดอะไร คงผ่านแหละ (ยิ้ม)”

เราชอบอะไรในตัวดรีม?

มีน – “รวมๆ นะ มันตอบไม่ได้ เขามีเสน่ห์ในแบบของเขาครับ มีอะไรที่เราชื่นชอบในแบบนั้น เป็นคนคุยง่าย อยู่ด้วยแล้วสบายใจ เข้าใจเรา แล้วก็ให้ความรู้สึกดีๆ กับเรา”

ช่วงก่อนหน้านี้ที่แฟนคลับเราไม่ชอบเขา เราคุยกันบ้างไหม เรื่องนี้?

มีน – “คุยกันเยอะพอสมควรครับ ทั้งกับผจก.ของเรา ทีมงานของเราและเขาครับ เพราะตอนแรกเขาไม่เข้าใจว่าจริงๆ แล้วเนเจอร์มันเป็นยังไง คนอื่นและแฟนคลับของเราคิดยังไงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เราก็ต้องตกลงกันหาจุดกึ่งกลางที่มันทำให้ทุกคนสบายใจที่สุด ก็เป็นเรื่องที่ยาก ซึ่งต้องใช้ความเข้าใจของทุกฝ่าย”

“ตอนนั้นยอมรับว่าเครียด เพราะเป็นเรื่องสำคัญของทุกคน อย่างตัวเราก็เข้าใจแฟนๆ เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงคิดแบบนั้น ทำไมถึงติดภาพเราแบบนี้ หรือกับตัวดรีมที่เขารู้สึกว่าสิ่งที่เราให้เขาได้ หรือความสัมพันธ์ที่จะเกิดขึ้น มันจะเกิดขึ้นยังไง ตอนแรกก็ต้องใช้เวลาพอสมควร ก็คุยกันก่อนแล้วแหละ แม้กระทั่งตัวเราเอง บางทีก็นั่งคุยกับตัวเองว่ามันต้องยังไง ต้องวางตัวยังไง”

“แต่สุดท้ายเราว่าถ้ามันมีความสุข แล้วความสุขของเราไม่ได้ไปทำร้ายใคร เราว่าอันนั้นเป็นจุดกึ่งกลางที่สุดที่ทุกคนจะรับได้ ถ้าเขารักเรา เขาก็น่าจะอยากเห็นเรามีความสุข ซึ่งความสุขเขาเราก็ไม่ได้ไปเบียดเบียนเขา ทำร้ายเขาครับ”

คาดหวังกับความรักครั้งนี้ขนาดไหน?

มีน – “เราคาดหวังกับทุกความสัมพันธ์อยู่แล้วครับ คือเราว่าทุกๆ ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น ก็คาดหวังให้มันไปถึงสุดทางอยู่แล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังไง ก็ค่อยๆ ไปเรื่อยๆ”

มุมมองความรักของมีนเป็นอย่างไร?

มีน – “ผมว่าความรักต้องทำให้เรามีความสุข ถ้าเรารู้สึกดี รักแล้วช่วยส่งเสริมเรา ส่งเสริมเขา แล้วก็ทำให้เรามีความสุข อันนี้คือสิ่งสำคัญ ถ้ารักกันแล้วเสียงานเสียการ หรือทำให้ทุกอย่างแย่ลงก็ไม่ดีครับ ความรักที่ดีความสัมพันธ์ที่ดีต้องช่วยกัน พาไปให้สุดทาง และให้ทุกคนมีความสุขครับ”

สุชาวดี อภิสัมภินวงค์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน