อุตฯยาปีนี้ยังโต 3-5% – อุตสาหกรรมยาเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องสำคัญของธุรกิจ Healthcare ที่มีความสำคัญและมีแนวโน้มเติบโต สะท้อนได้จากค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลทั้งหมดของผู้บริโภคกว่า 30-40% เป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับยา
ซึ่งค่าใช้จ่ายด้านยาที่มีสัดส่วนค่อนข้างสูงนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากแนวโน้มค่ารักษาพยาบาลที่ปรับเพิ่มขึ้นตามความ ซับซ้อนของโรคและเทคโนโลยี ต้นทุนการผลิตยาที่สูงขึ้น รวมถึงความต้องการยาในการรักษาโควิด-19 ที่น่าจะยังคงมีอยู่
อย่างไรก็ดี แม้ว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ความต้องการ ยารักษาโรคชนิดอื่นอาจลดลง เนื่องจากผู้ป่วยบางส่วน อาจหลีกเลี่ยงการเดินทางไปโรงพยาบาล รวมถึงกลุ่มคนไข้ ชาวต่างชาติ (Medical Tourism) เกือบทั้งหมดที่ไม่ได้เดินทาง เข้ามารักษาพยาบาลในไทยตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 ของปี 2563 เป็นต้นมา เพราะการระบาดของโควิด-19 แต่ความต้องการยาในประเทศยังคงเพิ่มขึ้น
สะท้อนได้จากมูลค่าการนำเข้ายาของไทยในปี 2564 ยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้นราว 13.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนหนึ่ง น่าจะเป็นผลมาจากการนำเข้ายาเพื่อรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ในประเทศ
สำหรับทิศทางของตลาดยาในประเทศปี 2565 มองว่า แม้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 จะมีสัญญาณที่ดีขึ้น (ภายใต้สมมติฐานที่ไม่มีการระบาดที่รุนแรงของสายพันธุ์ใหม่ หรือเกิดกลุ่มคลัสเตอร์ใหม่) จนทำให้คาดว่าความต้องการยาเพื่อรักษาโควิด-19 อาจปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
แต่ในทางกลับกันจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ดีขึ้น อาจจะทำให้คนไข้ไทยกลุ่มเดิมที่รักษาโรคทั่วไป รวมถึงคนไข้ต่างชาติ บางกลุ่มทยอยกลับมาใช้บริการรักษาพยาบาลในไทยเพิ่มขึ้น
รวมถึงแนวโน้มจำนวนผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่คาดว่าจะมีเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภายหลังจากการที่ไทยเข้าสู่สังคม สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในปีนี้ ทำให้ความเสี่ยงในการเกิดโรค NCDs ในกลุ่มผู้สูงอายุอาจมีมากขึ้น และน่าจะหนุนให้ปริมาณความต้องการใช้ยาเพื่อรักษาโรคดังกล่าวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ดังนั้น คาดว่ามูลค่าตลาดยาในปี 2565 น่าจะอยู่ที่ประมาณ 2.33-2.38 แสนล้านบาท เติบโตที่ 3.0-5.0% (YoY) เมื่อเทียบ กับปี 2564 ที่ขยายตัว 2.5% (YoY) โดยแบ่งเป็นการจำหน่ายผ่านโรงพยาบาลรัฐ 60% โรงพยาบาลเอกชน 25% และร้านขายยาอีก 15%
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด