กกพ.เตือนปชช.ทั้งปี65ค่าไฟฟ้าขยับ – สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ระบุทิศทางค่าไฟฟ้าปี 2565 จะขึ้นแบบขั้นบันไดตามต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติ ที่เป็นเชื้อเพลิงหลักผลิตกระแสไฟฟ้า หลังเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวเตรียมศึกษาตั้งกองทุนพยุงค่าไฟในระยะยาวช่วยประชาชน
นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ทิศทางค่าไฟฟ้าปี 2565 จะขึ้นแบบขั้นบันไดตามต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติที่เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตกระแสไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้น หลังเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว ทำให้ผู้ผลิตมีความต้องการใช้พลังงานมากขึ้นตามไปด้วย โดยมองว่าแนวโน้มค่าไฟจะปรับขึ้นทั้งปี ซึ่งกกพ.จะพยายามหาวิธีดูแลค่าไฟประชาชนอย่างต่อเนื่อง เช่น จัดหาพลังงานเชื้อเพลิงชีวมวล พลังงานน้ำ พลังงานลมเข้ามาเพิ่ม
นอกเหนือจากการช่วยอุดหนุนค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (เอฟที) และอาจตั้งกองทุนที่มีลักษณะเช่นเดียวกับบัญชี Take or Pay เพราะในระยะยาวราคาเชื้อเพลิงอาจผันผวนเมื่อราคาเชื้อเพลิงสูงก็สามารถนำเงินก้อนนี้มาช่วยอุดหนุนและใช้ในระยะยาว เพื่อพยุงราคาให้ลดลงได้ในระดับหนึ่ง โดยช่วงเดือนมี.ค.2565 กกพ.จะออกประกาศมติค่าเอฟทีรอบใหม่งวดเดือนพ.ค.-ส.ค.2565 อีกครั้ง
เบื้องต้นน่าจะขยับเล็กน้อยจากมติเมื่อเดือนพ.ย.2564 ที่เรียกเก็บค่าเอฟทีงวดเดือนม.ค.-เม.ย. 2565 เพิ่มขึ้น 16.71 สตางค์/หน่วย จากงวดก่อน -15.32 สตางค์/หน่วย มาอยู่ที่ 1.39 สตางค์/หน่วย ถือเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 2 ปี
ส่วนแผนพลังงานทดแทนในปี 2565 อยู่ระหว่างเตรียมประกาศสัญญาซื้อขายเข้าระบบส่วนโรงไฟฟ้าขยะชุมชน จะมีการรับซื้อตามลำดับ
นายพรายพล คุ้มทรัพย์ นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นไปตามทิศทางราคาน้ำมันดิบตลาดโลก โดยไทยมีความจำเป็นต้องใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาอุดหนุนราคาขายปลีกในประเทศต่อไป แต่หากสถานการณ์ราคาน้ำมันไม่ดีขึ้น คาดว่าเงินกองทุนที่มีอยู่จะใช้อุดหนุนราคาขายปลีกดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาท/ลิตร และคงราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ไว้ที่ 318 บาท/ถัง 15 กก. ได้แค่เพียง 1 เดือนเศษเท่านั้น
“ราคาน้ำมันจะปรับขึ้นไปถึง 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลหรือจะมากกว่า 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลหรือไม่ เป็นสิ่งที่นอกเหนือการควบคุมและไม่สามารถคาดเดาได้เลย เพราะทุกปัจจัยแวดล้อมล้วนกดดันราคาน้ำมันให้ปรับตัวไปในทิศทางที่สูงขึ้นทั้งสิ้น”