‘วู้ดดี้’แง้มเคล็ดไม่ลับ วิธีประสบความสำเร็จ – ทําอะไรก็ปัง สำหรับพิธีกรคนดัง ‘วู้ดดี้’ วุฒิธร มิลินทจินดา ไม่ว่าจะเป็นบทบาทการเป็นพิธีกร หรือบทบาทการเป็นนักธุรกิจ แม้กระทั่งบทบาทการเป็นคนรัก
วันนี้โอกาสดี ได้รับเกียรติจากพิธีกร คนเก่ง มาเปิดใจถึงวิธีคิดในการทำให้ทุกอย่างที่ทำประสบความสำเร็จ

ปีที่แล้วเป็นอย่างไรบ้าง กับชีวิตการงาน?
วู้ดดี้ – “โควิดทำให้งานอีเวนต์ อย่าง S2O ที่จัดมา 5 ปี แล้ว fit fest ไม่ได้จัด ปีนี้ไม่ได้จัดเป็นปีที่ 3 แล้ว อันนี้ก็เป็นรายได้ใหญ่ เหมือนกันของบริษัท ต้องปิดไป ทีมงานที่ทำอีเวนต์ก็ต้องหันมาทำอย่างอื่นแทน เราก็ลองมาทำทีวีดู ลองเปิดลู่ทางอื่น นอกจากเป็นสื่อก็ทำผลิตภัณฑ์ ไปคอนแท็กต์กับบริษัทโน้นนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่หายไปสำหรับเราใน 2-3 ปีที่ผ่านมาคือบทบาทในฐานะผู้จัดอีเวนต์ แต่สิ่งที่ได้มาคือบทบาทของเราในฐานะเจ้าของผลิตภัณฑ์”
“จากเดิมที่ไม่ได้เป็นนักธุรกิจ ปีสองปีที่ผ่านมา มามุ่งเน้นตรงนี้ถือเป็นการลองผิดลองถูก ไม่ได้คาดหวังอะไรมากนอกจากได้ลองทำอะไรใหม่แล้วทำให้มันดี ทุกคนเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ ก็มานั่งขายของ เริ่มต้นจากศูนย์ โดยมีโจทย์คือทำอะไรก็ได้ที่ให้คนดู ผู้ซื้อ แฟนๆ ได้รับผลประโยชน์”

โควิดที่ผ่านมากระทบกับธุรกิจที่เกิดขึ้นไหม?
วู้ดดี้ – “ก็กระทบ ยอดขายสปอนเซอร์ที่เข้ามา ในแง่ของสื่อมันก็ลงนะ แต่เราก็สามารถประคองไปได้ ทางกลับกันเราก็มีทำสินค้าใหม่เพื่อปลุกตลาดอื่นๆ ที่ไม่เคยทำ ซึ่งก็เริ่มดีขึ้น แต่ไม่มีตัวไหนใน 2 ปีที่ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เราตั้งเป้า สองปีที่ผ่านมาเราตั้งเป้าไว้ว่าเราจะอยู่รอด จะไม่ทิ้งใคร ไม่เลย์ออฟ เราจะช่วยเหลือดูแลพนักงานทุกคน”
“ดังนั้นสองปีที่ผ่านมาเป็นสองปีที่เรียนรู้อะไรใหม่ สำหรับเราโควิดมันเร่งให้เราเป็นผู้ประกอบการ เป็นบุคคลต้องมีวิสัยทัศน์มีภาพชัดมีการคิดภาพใหญ่ของการจะสร้างธุรกิจ ซึ่งก่อนหน้านี้เราไม่มีทักษะตรงนี้เลย เป็นอะไรที่ใหม่ สังเกตว่าเราพยายามจะทอล์กให้น้อยลง แล้วเอาเวลาไปสร้างงานสร้างคนใหม่สำหรับเราหลังจากนี้เป็นต้นไป”

ถือว่าเป็นอีกคนหนึ่งที่หยิบจับอะไรก็ประสบความสำเร็จและเป็นผู้นำตลอด?
วู้ดดี้ – “เราชอบเดินไปข้างหน้า ไม่ยึดติดกับอดีต แต่ก็เชื่อว่ามีหลายโปรเจ็กต์ที่ไม่เวิร์ก ซึ่งคนอาจไม่รู้ ร้อยเปอร์เซ็นต์น่าจะเกิน ครึ่งนะเป็นธุรกิจที่ไปไม่รอด เป็นรายการที่ไม่เกิด เป็นอีเวนต์ที่ไม่ประสบความสำเร็จ แต่เราอาจจะไม่รู้ แต่สิ่งที่เราเห็นอาจจะเป็นสิ่งที่เป็นตัวที่ประสบความสำเร็จ คนที่ตั้งใจทำมันจะมีทั้งผลลัพธ์และผลไม่ลัพธ์ ความสำเร็จในหลายด้านนั้นคือเรื่องเรื่องหนึ่ง แต่มิติที่บอกว่าทำอะไรก็ปัง เราว่าเป็นสิ่งที่ใจมันอยากทำ มุ่งพลังในการทำให้มันดีมันก็จะเกิด”
“อย่างสัมภาษณ์ลิซ่า ไม่มีใครสัมภาษณ์ ลิซ่าเป็นทางการเป็นทอล์กยาว เราจะเป็นรายการแรกได้ไหม มันเกิดจากการตั้งคำถาม หรืองานสงกรานต์ S2O เราตั้งคำถามว่าเราจะสามารถสร้างเทศกาลดนตรีที่ไประดับโลกได้ไหม ซึ่งทุกวันนี้ S2O มีที่ญี่ปุ่น ไต้หวัน จีน เกาหลี และอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ในปีหน้า ฉะนั้นทุกอย่างที่ทำเริ่มจากการตั้งคำถามก่อน เราไม่ได้ตั้งคำถามว่าทำอะไรแล้วรวย ทำอะไรแล้วปัง ซึ่งเราเคยตั้งแบบนี้มาก่อน แต่มันไม่ไปไหน เราจะตั้งคำถามใหม่ คือเอาผลลัพธ์มาตั้งก่อน ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อทุกคนมาตั้ง”
“แล้วล่าสุด รายการ วู้ดดี้ โชว์ ที่ช่อง 7 เราก็ตั้งคำถาม ถ้าจะกลับมาทำทีวีจะทำรูปแบบใดที่จะสร้างความสุขให้เราและคุณผู้ชม ก็เลยกลายเป็นรายการ วู้ดดี้ โชว์ ที่นำเสนอออกไป แล้วก็จบไปแล้ว ซีซั่น 1 เราเป็นคนชอบตั้งคำถามมาตั้งแต่เด็ก เราชอบถาม นี่คือเป็นที่มาของ วู้ดดี้เกิดมาคุย ตั้งคำถามไปเรื่อยๆ และเราคิดว่ามนุษย์ทุกคน เวลาทำอะไรที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ มันจะได้รับพลังทันที แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นใจเราสำคัญที่สุดว่าอยากทำหรือเปล่า”

อย่างการทำหน้าที่พิธีกร ก็เป็นคนที่ดาราหลายคนไว้วางใจ พูดเรื่องที่ไม่เคยพูดที่ไหนกับเราเป็นที่แรกๆ มีเคล็ดลับยังไง?
วู้ดดี้ – “ทุกคนมีเรื่องราวที่น่าสนใจ สมมติมีดาราคนหนึ่งออกมาแล้วทุกรายการ เราก็เชื่อว่ามานั่งกับเราก็จะมีเรื่องให้คุยอยู่ดี เว้นแต่เขามีเวลาแค่ 2 นาทีเราก็อาจจะไม่สามารถ ทุกครั้งที่ใครก็ตามมานั่งต่อหน้าเรา เรามีความอยากรู้ไง ก็ถามได้เลย เราว่าสิ่งที่เราให้กับทุกคนคือให้ใจ เพื่อนพี่น้องทุกคนที่เข้ามาคุยคล้ายๆ เปิดใจกับเรา เพราะเราให้ใจ ถ้าไม่ให้ใจเราไม่สามารถเปิดใจคุยกันได้”
“แล้ว 10 กว่าปีจนถึงวันนี้ วิธีการมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ สมัยก่อนอาจจะไม่ได้ให้ใจมากเท่าวันนี้ เราอาจจะจี้เพื่อเอาคำตอบ มันได้คำตอบเพราะเราจี้ แต่เราอาจจะไม่ได้ใจ แต่พอเราอยู่วงการมาสักพัก ทุกคนเป็นเหมือนเพื่อน ตอนนี้สำหรับเราจะเป็นดาราหรือไม่เป็นดารา เราให้เกียรติทุกคน มองว่าทุกคนที่มาคุยกับเรา เขาให้เกียรติสูงมากและงานเราก็ต้องให้ใจทุกคน มันไม่มีอะไรที่เป็นสูตรลับหรือมีภาคบังคับว่าจะต้องพูดทุกเรื่อง แต่เขาก็พูดเอง”
“มนุษย์ทุกคนมีเรื่องค้างคาใจหรือเรื่องที่พูดแล้วเขารู้สึกดีขึ้น ไม่มีใครอยากเก็บไว้ อยู่กับเราเขาอาจจะรู้สึกว่าเขามีพื้นที่ปลอดภัย ถ้าใครมาคุยกับเรา นอกจากเราจะให้เขาเป็นตัวตนของเขาแล้ว เราก็สนุกด้วย เราแคร์นะถ้าออกรายการเราแล้วได้เป็นตัวของตัวเอง แล้วก็ได้รับความเข้าอกเข้าใจจากคนดู”

เคยสัมภาษณ์ใครแล้วรู้สึกเกร็งบ้างไหม เพราะหน้างานดูชิลตลอด?
วู้ดดี้ – “มีนะ คุยกับพิมรี่พายก็เกร็งนะ เราจะเป็นคนที่เกร็งกับคนที่คาแร็กเตอร์ชัด เราคุยกับลิซ่า ลิซ่าไม่เกร็ง ลิซ่าน่ารัก หรือระดับฮอลลีวู้ดที่คาแร็กเตอร์ชัด อย่าง เดวิด เบ๊กแฮม เราก็เกร็งมากตอนนั้น แอบชอบเขาไง เธอคือผู้ชายในฝัน ก็จะเกร็งคนละแบบ จนถึงทุกวันนี้คุยกับใครก็ยังตื่นเต้นทุกครั้งที่ไลฟ์ที่คุย”

ปีนี้วางแผนมีโปรเจ็กต์ใหม่อะไรบ้าง?
วู้ดดี้ – “ปีนี้คงเดินหน้าต่อในการทำรายการเพิ่มขึ้นทาง YouTube Facebook TikTok จะมีการสัมภาษณ์มากขึ้น รวมถึงจะมีนักเล่าเรื่องที่จะเป็นเหมือนเราอีกหลายๆ คนที่คอลแลบส์ด้วย จะเปิดตัวในอีกไม่ช้า ส่วนตัวอีเวนต์ต้องพักไปก่อน”
“ที่แน่ๆ มีผลิตภัณฑ์ บีไวต้า (bevita) วิตามินบำรุงผมที่ทำกับคุณหมอ และ wando (วันโด้) ที่สร้างขึ้นมาเพื่อช่วยแก้ปัญหาของมนุษย์ทั่วไป นอนไม่ได้ ขับถ่ายไม่คล่อง น้ำหนักไม่ลด ทั้งหมดทั้งปวงก็เป็นเหมือนแล็บที่เราพัฒนาสินค้าออกมาเรื่อยๆ ตัวแรกที่ออกไป Sleep dee สเปรย์กล่อมนอน ก็ช่วยคนมามาก ส่วนตัวที่สอง probica ที่เพิ่ง ปล่อยไป เป็นตัวโพรไบโอติกส์ เชื่อไหมว่าโพรไบโอติกจุลินทรีย์ดี มันสามารถเปลี่ยนชีวิตเราได้เลย ถ้าระบบขับถ่ายเราดี ลำไส้ เราดี ชีวิตเราก็จะดีตามไปด้วย”
“ปีนี้มีโอมิครอน ยังไม่กล้าทำอะไรมาก ต้นปีจะเห็นเราเป็นพรีเซ็นเตอร์เยอะ เราคอล แลบส์พาร์ตเนอร์หลายแบรนด์ในการออกสินค้า อย่างน้อยต้นปีนี้เราเป็นพรีเซ็นเตอร์ห้าตัว”

ทิ้งท้ายความรัก?
วู้ดดี้ – “ปีนี้เข้าสู่ปีที่ 15 แล้ว เรามีโอกาสรู้จักคบกันมา มันหวานกว่าเดิม รักมากกว่าเดิม ตื่นมาแล้วพูดประโยคนี้ทุกวันเลย I Love You so much เราอยู่ด้วยความเข้าใจ ให้อภัย ที่พูดมาไม่ใช่ไม่มีปากเสียงกันนะ มีเรื่อยๆ แต่ว่าทำไมยิ่งอยู่ยิ่งรู้สึกว่าคนนี้เป็นคู่ชีวิตเราจริงๆ แล้วเรารู้เลยว่าเราคงไม่มีวันนี้แน่นอน เราคงไม่มีพลังความแข็งแกร่งในชีวิตถ้าเกิดขาดเขา เราก็ยังเติมเต็มความหวานกันตลอดเวลา ให้ความอบอุ่นกันและกัน เราจะคบกันไปเรื่อยๆ จนกว่าประเทศนี้ออกกฎหมายพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.คู่ชีวิต หรือสมรสเท่าเทียม ก็รอคอยให้เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้”

ระดับความคลั่งรัก?
วู้ดดี้ – “บ้าคลั่งรัก บอกเลย ถ้าเขาให้จัดการประกวดการบ้าคลั่งรัก ผมอยู่แถวหน้า”
อชริญา บุญชู