เรื่องราวของ นางอัมพปาลีคณิกา – ว่ากันว่าโรคนี้เป็นผลมาจากคราวที่พระพุทธองค์ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยาอดอาหาร ระบบลำไส้ที่ไม่มีอาหารเป็นเวลานานจึงรวนเรมาแด่บัดนั้น เมื่ออาพาธนี้เกิดขึ้นคราใด ทุกขเวทนาที่สุดและแสนจะเจ็บปวดก็เกิดขึ้นครานั้น เรียกว่าปวดแทบตายนั่นแหละครับ อาศัยพระพุทธองค์ทรงใช้พลังฌานสมาธิระงับไว้ได้ อาการป่วยจึงทุเลาพระองค์ตรัสกับพระอานนท์ถึงเรื่องนี้ว่า “ดูก่อนอานนท์ สมัยใดตถาคตเข้าเจโตสมาธิอันไม่มีนิมิต เพราะไม่ทำในใจซึ่งนิมิตทั้งปวง เพราะดับเวทนาบางเหล่า สมัยนั้นกายของตถาคตย่อมผาสุก”
– พระพุทธองค์ไม่มีไม้ตาย
พุทธวจนะที่น่าสังเกตนี้ก็คือ ทรงบอกพระอานนท์ว่าพระพุทธองค์ไม่มี “อาจริยมุฏฺฐิ” (กำมือของอาจารย์) มีเท่าไร บอกหมด อะไรที่จะเป็นทางพ้นทุกข์ ได้ตรัสบอกหมดแล้ว ไม่ปิดบัง ไม่มีอะไรกำไว้ในมือ
“กำมืออาจารย์” นี้เทียบได้กับ “ไม้ตาย” ของครู ครูที่ฝึกวิชาต่างๆ เช่น วิชาฟันดาบ ยิงธนู ครูจะไม่สอนลูกศิษย์ทุกกระบวนท่าเพราะเกรงว่าศิษย์ที่อกตัญญูคิดล้างครู เมื่อได้เรียนจบวิชาไปแล้วอาจคิดกำจัดครูได้ จึงจำต้องสงวน “ไม้ตาย” ไว้
แต่พระพุทธองค์ตรัสว่า พระองค์ไม่ได้สงวน “ไม้ตาย” ดังกล่าวไว้ เพราะแนวทางการสอนของพระองค์สอนให้ละ ให้ปล่อยวางยิ่งสอน จนหมดเปลือกหมดไส้หมดพุงก็ยิ่งดี
อีกเรื่องหนึ่งที่ตรัสให้พระอานนท์ฟังก็คือ พระพุทธองค์ไม่เคยมีความคิดว่าจะปกครองสงฆ์ ไม่เคยคิดจะให้สงฆ์เชิดชูพระองค์ พุทธวนะนี้บ่งบอกถึงการที่พระองค์ทรงเป็นนักประชาธิปไตย มิได้เผด็จการปกครองสงฆ์แบบเบ็ดเสร็จ ตรงข้ามพระองค์ทรงมอบภาระการบริหารสงฆ์และการทำสังฆกรรมเช่นอุปสมบทเป็นต้นแก่พระสงฆ์มอบให้ พระสงฆ์เป็นใหญ่ในการบริการคณะสงฆ์ แม้พระองค์เองก็ทรงเคารพสงฆ์
เสฐียรพงษ์ วรรณปก