ฟาดบท ‘มิลิน’ ในละคร “เกมปรารถนา” ช่อง 3 ได้ถึงพริกถึงขิง ดูต่างจากตัวจริง สำหรับนางเอกสาว ‘ณิชา’ ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ แต่จะมีสิ่งหนึ่งที่ดูใกล้เคียงกันทั้งในจอและนอกจอ เห็นจะเป็นคนคลั่งรักเหมือนกัน
วันนี้เลยขอเปิดใจชีวิตรักของสาวคลั่งรักซะหน่อย
ในละคร “เกมปรารถนา” ดูค่อนข้างคลั่งรัก เอาแรงบันดาลใจมาจากไหน?
ณิชา – “จากตัวเองค่ะ ยอมรับเป็นคนคลั่งรักพอสมควร (หัวเราะ) ดึงเอามาใช้กับตัวละครได้เลย เพราะอย่างรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เวลาที่เรารู้สึกดีกับใครมันก็เอามาช่วยได้ค่ะ”
จินตนาการหน้าพระเอกเป็นใครหรือเปล่า ถึงคลั่งรักได้เต็มที่?
ณิชา – “ไม่ค่ะ เราก็ต้องอยู่ตามเรื่อง ต้องเป็นมิลินกับอนาวิน (อาเล็ก ธีรเดช) แต่อย่างที่บอกว่าชีวิตจริงคิดว่ามีบ้างที่คลั่งรัก แต่ไม่ได้พยายามแสดงออก คือมันก็เป็นไปอย่างนั้นเอง”
คลั่งรักใครเหรอ?
ณิชา – “มีคุณพ่อคุณแม่ น้องหมา ถามว่ารวมพี่โตโน่ (ภาคิน) ด้วยไหม จะรวมด้วยก็ได้ค่ะ ก็มีความรู้สึกดีๆ ให้กัน”
ช่วงนี้ดูเหมือนหยอกเอินผ่านไอจีกันด้วย?
ณิชา – “ไม่คิดเหมือนกันว่าบางอันเขาจะลง เพราะเราหน้าสดมาก แล้วบางอันเขาเอาไปแต่งสีจนหน้าหนูเหมือนคนป่วย เขาก็มีลงๆ บ้าง เพราะช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอ ต่างคนต่างทำงานหนักมาก ก็พยายามหาเวลาเจอ อย่างวันไหนทำงานเสร็จเร็วก็นัดทานข้าวกันบ้าง”
คลิปล่าสุดที่ไปทานข้าวกัน แล้วพี่โตโน่บังคับให้กินข้าวให้หมด?
ณิชา – “คือหนูเป็นคนกระเพาะเล็ก ทานไม่เยอะ แต่พยายามนะคะเพราะอยากอ้วนขึ้น แต่บางทีมันไม่ไหว แล้วบางทีหนูเป็นคนชอบสั่งของเยอะ แต่พอมาถึงเมนคอร์สก็เริ่มอิ่ม ก็เลยจะเหลือ ซึ่งเมนคอร์สจะเป็นเนื้อดีๆ เขาก็จะบ่นนิดหนึ่งว่าทำไมถึงไม่กินให้หมด เสียตังค์มาแล้ว สั่งมาแล้ว เราก็เข้าใจ ก็พยายามปรับปรุงตัว ไม่วู่วามเวลาสั่งอาหาร”
พี่โตโน่ชอบดุเหรอ?
ณิชา – “ไม่ดุหรอกค่ะ เขาบ่นเฉยๆ เวลาหนูกินน้อย แต่เราไม่ได้กินให้เขา คือเราอยากกินให้อ้วนขึ้นอยู่แล้ว ดีที่เขาก็เป็นแรงผลักดันเพราะเราก็อยากมีน้ำมีนวลขึ้น นอกจากเรื่องนี้แล้ว เรื่องที่เขาบ่นอีกก็น่าจะเป็นเรื่องออกกำลังกาย บางทีทำงานทุกวันจนแทบไม่ออกกำลังกายเลย พอว่างก็อยากนอน แต่เขาก็บอกว่าถ้าไม่เหนื่อยมากก็ออกกำลังกายบ้าง เพราะปีที่แล้วหนูทำงานหนักมากจนบ้านหมุน เขาเลยเป็นห่วงสุขภาพ”
ย้อนถามถึงเลิฟซีนในละคร ต้องขออนุญาตพี่โตโน่ก่อนไหม?
ณิชา – “ไม่เลยค่ะ พอเป็นพาร์ตการทำงานก็จะไม่ค่อยยุ่งเท่าไหร่ ปล่อยให้เราทำหน้าที่นักแสดงเต็มที่ เขาก็ด้วยเหมือนกัน เวลาทำงานกับใครหรือต้องมีซีนอะไรจะไม่ค่อยถามกัน ยิ่งถ้าเป็นฉากเลิฟซีนไม่ถามดีกว่าค่ะ แต่ถ้าจะปรึกษาจะแบบเวลามีปัญหาหรือซีนยากๆ เราก็อยากได้ความคิดเห็น เพราะถ้าความคิดเราคนเดียวอาจจะแคบไปนิดหนึ่ง”
คิดว่าถ้าเขาได้ดูฉากเลิฟซีนจะมีคอมเมนต์มาถึงเราไหม?
ณิชา – “สิ่งนี้ไม่น่าจะเป็นอะไรเท่าไหร่ค่ะ คิดว่าเขาคงไม่ดูหรอกมั้งคะ ปกติเขาไม่ค่อยดูละครหนูยาวๆ เพราะเขาไม่ชินกับการที่เห็นณิชาไปเป็นอีกคนหนึ่ง เลยจะดูบ้างไม่ดูบ้าง คิดว่าไม่น่าจะดูถึงตอนเลิฟซีนหรอกค่ะ แต่ถ้านั่งดูอยู่ด้วยกันหนูก็คงรู้สึกแปลกๆ นิดหนึ่ง”
ตอนนี้คู่เราครบรอบปีที่เท่าไหร่แล้ว?
ณิชา – “คู่เราไม่มี Anniversary เพราะไม่มีวันอะไรเลยอ่ะ เราเป็นอย่างนี้มาเรื่อยๆ ถ้าให้นับปีจำไม่ได้ ต้องไปถามแม่ (หัวเราะ)”
เริ่มคิดถึงอนาคตกันบ้างหรือยัง?
ณิชา – “ถ้าที่คุยกัน ไม่ได้คุยกันระยะยาวเบอร์นั้นค่ะ แค่รู้สึกว่าหนูยังอยากทำอะไรอีกเยอะมากในชีวิต พี่โน่ก็มีโปรเจ็กต์ที่อยากทำ เลยคุยกันว่าลุยงานของตัวเองให้เต็มที่ที่สุดและซัพพอร์ตกันก็พอ”
เต็มที่ที่สุดของเรา คือเมื่อไหร่กว่าที่จะจริงจังกับการสร้างครอบครัว?
ณิชา – “มันยังไม่อยู่ในหัวหนูเลย ไม่รู้ว่าปกติผู้หญิงอายุ 25 เขาจะเริ่มคิดกันหรือยัง แต่ของหนูยังไม่ถึง สเต็ปนั้น ถ้าให้นึกภาพตอนนี้ไม่เห็นภาพตัวเองที่จะเป็นครอบครัวด้วยค่ะ แต่ในอนาคตต้องมีอยู่แล้ว แค่ตอนนี้มันยังแพสชั่นมากกับการทำงานกับการใช้ชีวิต เลยรู้สึกว่าให้แต่ละคนทำในสิ่งที่อยากทำให้เต็มที่แล้วค่อยว่ากันเมื่อถึงเวลาค่ะ”
ภาพที่มอง ทั้งคู่ดูเหมือนมีความต่างกันมาก?
ณิชา – “จริงๆ ไลฟ์สไตล์ค่อนข้างคล้ายกันมากอย่างไม่น่าเชื่อค่ะ ในหลายเรื่องมีความคิดไปในทิศทางเดียวกัน หรือถ้าไม่ในทิศทางเดียวมันก็คุยกันได้ แล้วเข้าใจกันด้วย ตอนแรกไม่รู้เหมือนกันว่าจะเข้ากันได้ขนาดนี้ เพราะตั้งแต่ร่วมงานกันครั้งแรก ภาพช่างไม่น่าเข้ากันได้เลย (หัวเราะ) แต่พอเริ่มรู้จักกันไปเรื่อยๆ ได้เห็นหลายๆ มุมของเขามากขึ้น นอกจากการทำงานก็เริ่มรู้สึกมันดูสบายใจ ไม่ต้องคิดอะไรมาก และเป็นตัวเองกันทั้งคู่ แล้วก็มาจนถึงทุกวันนี้ก็ยังโอเคอยู่”
ต้องเปลี่ยนตัวเองกันบ้างไหม?
ณิชา – “แทบไม่ค่ะ มีบ้างที่พยายามหาเวลามาเจอกัน หรืออะไรที่เรารู้สึกเป็นนิสัยไม่ดีเล็กๆ น้อยๆ ของเรา แล้วเขาทำให้เราดีขึ้นในจุดนั้นมันก็เป็นเรื่องดี แต่ไม่เคยรู้สึกเลยว่าต้องเปลี่ยนตัวเองเยอะ เขาเองก็ไม่ต้องปรับอะไร อาจมีบางเรื่องที่เป็นเรื่องเล็กจริงๆ ไม่ได้มีอะไรมากที่ต้องมาปรับหรือพยายามเป็นคนอื่น เพราะมันเริ่มมาแบบค่อยๆ ด้วยแหละ แล้วเราก็ไม่ได้คิดอะไรเยอะ ก็เลยเป็นตัวเองจริงๆ กันทั้งคู่ แล้วดันเข้ากันได้พอดี”
จริงๆ พี่โตโน่เป็นสายโรแมนติกไหม บางคนติดภาพเป็นชาว ร็อกแข็งๆ?
ณิชา – “ชาวร็อกแข็งๆ (ยิ้ม) คือเขาไม่ใช่คนแข็งกระด้างค่ะ จริงๆ เขาเป็นคนละเอียดอ่อน ใส่ใจความรู้สึกคนรอบข้าง ไม่ใช่แค่กับหนูนะคะ แต่จะคิดเผื่อไปอีกสเต็ปหนึ่งในบางทีที่หนูก็คิดไม่ถึงว่าเขาคิดเรื่องนี้ สำหรับหนูมองว่าเขาเป็นคนนุ่มนิ่มดี (หัวเราะ) แต่แค่ภายนอกหรือน้ำเสียงเขาอาจจะเป็นคนพูดเสียงต่ำ หน้าดุ แต่จริงๆ เขาเป็นคนน่ารักอบอุ่นดีค่ะ”
คำว่านุ่มนิ่มคือยังไง?
ณิชา – “การดูแลเทกแคร์ การใส่ใจรายละเอียด ใส่ใจความรู้สึกเล็กๆ น้อยๆ เซ้นซิทีฟแต่ไม่ถึงขั้นกังวล เขาอ่อนโยนกว่าที่ทุกคนคิด”
พี่โตโน่ขี้เขินเรื่องความรักเหรอ ถึงไม่ค่อยชอบพูดเท่าไหร่เวลาถูกสัมภาษณ์?
ณิชา – “ขี้เขินมากค่ะ หนูยังขี้เขินน้อยกว่าเขาอีก คือพอเป็นผู้ชายมันจะต้องคิดเยอะนิดหนึ่งในการตอบ ซึ่งหนูเข้าใจค่ะ ไม่ได้มองว่าที่เขาไม่ค่อยพูดเป็นเพราะไม่ให้เกียรติ หนูชอบด้วยซ้ำ มันเป็นพื้นที่ของเรา ไม่จำเป็นต้องแชร์ให้ใครรับรู้ตลอด โดยธรรมชาติของหนูก็จะเป็นแนวนี้อยู่แล้ว พอเขาเป็นแบบนี้เหมือนกันก็เลยสบายใจดี และการเป็นแบบนี้ก็เป็นตัวเราเองทั้งคู่ด้วยค่ะ”
วาเลนไทน์มีแพลนหรือยัง?
ณิชา – “หนูมีถ่ายละครค่ะ ส่วนกับพี่โน่ยังไม่มี พวกหนูไม่ได้ซีเรียสกับวันวันหนึ่ง โอเคอาจจะเป็นวันที่ทำให้คนได้แสดงความรักกัน แต่หนูว่าไม่จำเป็นต้องเป็นวันนี้วันเดียว วันไหนก็ได้ ทุกวันคือวันพิเศษอยู่แล้ว เวลาที่เรามีความรู้สึกที่ดีกับใครก็น่าจะรู้สึกทุกวันนะ หนูเฉยๆ กับการเซอร์ไพรส์ด้วยค่ะ ถ้าจะเซอร์ไพรส์ทุกปีในวันวาเลนไทน์มันก็ไม่เซอร์ไพรส์อ่ะ (หัวเราะ) แต่ถ้าบางปีไม่ต้องวาเลนไทน์ก็ได้ แต่เขาเซอร์ไพรส์ขึ้นมาเราจะรู้สึกประทับใจมากกว่า อันนี้สำหรับตัวหนูนะ”
สถานะตอนนี้เรียกแฟนได้หรือยัง?
ณิชา – “สถานะคนที่เรารู้สึกดีและชอบที่จะอยู่ด้วย แต่ก็แล้วแต่ว่าใครจะให้เป็นอะไร เพราะพวกเราไม่ได้มานั่งนิยามกันเอง แต่ก็เป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ”
ไม่หลุดคำว่าแฟนเลยจริงๆ?
ณิชา – “ไม่ใช่ไม่หลุดนะคะ เราไม่เคยคุยกันอ่ะ แล้วถ้าหนูมาพูดเอง ก็คือมัดมือชกเขาเหรอ (หัวเราะ)”
จิรณัฏฐ์ จงประสพมงคล