พญามารทูลอาราธนาให้ปลงอายุสังขาร – หลังจากออกพรรษาแล้ว พระองค์เสด็จออกจากเวฬุวคามเสด็จดำเนินไปตามลำดับ ประทับอยู่ที่ปาวาลเจดีย์ ณ ที่นี้เอง ทรง “บอกใบ้” ให้พระอานนท์ทราบเรื่องหนึ่ง แต่พระอานนท์ไม่ทราบ

พระองค์ตรัสว่า ผู้ใดเจริญอิทธิบาทให้มากเต็มที่แล้ว ถ้าต้องการจะดำรงอยู่ตลอดกัปหรือเกินกว่ากัปก็อยู่ได้ เราตถาคตก็ได้เจริญอิทธิบาทสมบูรณ์เต็มที่แล้ว ถ้าตถาคตปรารถนาก็สามารถดำรงอยู่ตลอดกัปหรือเกินกว่ากัปได้

ความหมายของคำนี้ก็คือ ถ้าพระองค์ต้องการ จะยืดพระชนมายุไปอีกกัปหนึ่ง หรือเกินกว่ากัปหนึ่ง ก็ย่อมได้ กัปในที่นี้พระอรรถกถาจารย์อธิบายว่า ได้แก่ช่วงอายุ 10 ปีหรือเกินกว่า 10 ปีนิดหน่อย (รวมแล้วไม่เกิน 20 ปี)

ขณะนั้นพระพุทธองค์ทรงมีพระชนมายุ 80 พรรษาพอดี ถ้าจะยืดออกไปอีก “กัป” หนึ่ง (10 ปี) ก็จะเป็น 90 หรือยืดออกไปอีก 20 ปีก็จะครบ 100 พอดี

พระอานนท์ไม่ทราบว่าพระองค์ทรงบอกเป็นนัยว่า ให้กราบทูลขอให้อยู่ พระองค์จะใช้พลังแห่งอิทธิบาทที่ ทรงบำเพ็ญมาจนสมบูรณ์เต็มที่ยืดพระชนมายุออกไปอีก แต่พระอานนท์ก็คิดไม่ทัน

พญามารนามวสวัตตีจึงได้โอกาสเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ ทูลทวงสัญญาทันที พระพุทธองค์ทรงเห็นว่าถึงเวลา แล้ว จึงทรง “ปลงอายุสังขาร” (คือกำหนดพระทัยว่าจะปรินิพพาน)

เสฐียรพงษ์ วรรณปก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน