อ่านเข้มข้น
อ่านเรื่องของ‘เธอ’

บุ๊กสโตร์

“สํานักพิมพ์มติชน” www.matichonbook.com เสนอ 3 เล่มเข้มข้นสู่ผู้อ่าน หนังสือว่าด้วย “ผู้หญิง” กับขนบจารีตสังคมที่ล้อมกรอบบีบรัดตัวและหัวใจของเธอ

มาครบครันทั้งดราม่าก้องโลก งานสารคดี และนิยายสายแซ่บ

“The Portrait of a Lady” หรือชื่อไทย “ในภาพเธอ” ผลงานของนักเขียนชาวอเมริกันผู้ได้รับยกย่องให้เป็นหนึ่งใน นักประพันธ์ที่ยิ่งใหญ่ ที่สุดแห่งศตวรรษ ที่ 19 “เฮนรี เจมส์” ซึ่งเริ่มเขียนนวนิยายเรื่องนี้โดยมีเป้าหมายเล็กๆ อย่างเดียวคือ ต้องการเล่าเรื่องของ “หญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งเผชิญหน้ากับโชคชะตาตัวเอง” ทำให้มีตัวละครหญิงสาวอย่าง “อิซาเบล อาร์เชอร์” เป็นศูนย์กลางของเรื่องที่ดำเนินไป และกลายเป็นเค้า โครงเรื่องหลักสำหรับการเขียนเรื่อง The Portrait of a Lady อันเป็นนวนิยายคลาสสิคที่นักวิจารณ์ยกให้เป็นนวนิยายที่ดีที่สุดในช่วงงานเขียนยุคแรกของเขา

สำคัญ ได้รับการยอมรับจากนักอ่านโดยทั่วไปว่าเป็นนวนิยาย ที่พิเศษ ต่างจากวรรณกรรมเล่มอื่นๆ ในช่วงยุคนั้น ด้วยตัวละคร ที่สมจริง จิตใจมีความละเอียดซับซ้อนไม่ต่างจากมนุษย์ที่มีตัวตนจริงๆ ในสังคม เรื่องราวที่ดำเนินไปพร้อมกับการตั้งคำถามเกี่ยวกับขนบสังคมที่คอยแต่หล่อหลอมตัวนางเอกเอาไว้ โดยไม่ได้ชี้แนะว่าความถูกต้องที่แท้จริงคือสิ่งไหน

อิซาเบล อาร์เชอร์ หญิงสาวสวยสะพรั่งชาวอเมริกัน เดินทางมายุโรปกับป้าของเธอ เธอรู้ดีว่าในไม่ช้าเธอจะต้องแต่งงาน แต่อิซาเบลตั้งใจแน่วแน่ที่จะเลือกชีวิตในแบบของเธอเอง เธอจึงปฏิเสธชายหนุ่มถึง 2 คน ก่อนจะได้พบกับ กิลเบิร์ต ออสมอนด์ จิตรกรชาวอิตาเลียนฐานะปานกลางผู้อุทิศตนให้กับงานศิลปะและสุนทรียศาสตร์ ท่าทางภูมิฐานและความฉลาดของเขาทำให้อิซาเบลตกหลุมรัก ปลงใจแต่งงานกับเขา แต่เธอยังโหยหาอิสรภาพในขณะที่ต้องการทำหน้าที่ภรรยาที่ดี ท้ายที่สุดการแต่งงานสำหรับเธอนำมาซึ่งการเติมเต็มหรือสูญเสีย

วรรณกรรมคลาสสิคเล่มนี้บอกเล่าเรื่องราวความรัก การแต่งงาน และการหักหลัง รวมทั้งนำเสนอความขมขื่นรุนแรงในสำนึกของหญิงสาวผู้โหยหาอิสรภาพและอยากปลดพันธนาการตัวเองจากขนบสังคม

หนังสือที่ เฮนรี เจมส์ ผู้เขียน กล่าวไว้ว่า “นวนิยายเป็นความวุ่นวายใจโดยธรรมชาติอยู่แล้ว ความวุ่นวายใจเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่าง ยิ่งรูปแบบใหญ่โตเท่าไรก็ยิ่งวุ่นวายใจมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น ด้วยความตระหนักรู้ นั่นคือสิ่งที่เรามีหน้าที่ต้องทำ นั่นคือเรียบเรียงเรื่องราว อันวุ่นวายใจของ อิซาเบล อาร์เชอร์”

“รักนวลสงวนสิทธิ์” ผลงาน ภาวิณี บุนนาค เผยประวัติศาสตร์การต่อสู้ดิ้นรนของหญิงไทย ผ่านคดีความและฎีกาที่มีผู้หญิงเกี่ยวข้อง ทั้งในฐานะโจทก์และจำเลย พาเจาะลึกลงไปในวิถีชีวิต ปัญหา และชีวิต ประจำวันของผู้หญิงไทยที่ถูกละเลยจากหน้าประวัติศาสตร์ เป็นเพียงภาพพร่าเลือนของช้างเท้าหลังที่อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนในช่วงเวลา รอยต่อของรัฐจารีตและรัฐชาติสมัยใหม่

หนังสือ รักนวลสงวนสิทธิ์ ไม่เพียงเปิดเผยเรื่องราวการต่อสู้ เพื่อสิทธิ์เหนือเนื้อตัวร่างกายของหญิงไทยหลากชนชั้น หลายสถานะ ผ่านคดีความและฎีกาในยุคเปลี่ยนผ่านสู่ความทันสมัยของสังคมไทยเท่านั้น หากทำให้เห็นพลังของการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อสิทธิที่ตนพึงมี ทั้งสิทธิในการดำรงชีวิต ตลอดไปถึงสิทธิการเมือง ที่อยู่เบื้องหลังระบบความยุติธรรมในสังคมจารีต ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงค่านิยมที่หยั่งรากลึกจนถึงปัจจุบัน

ทั้งยังเปิดเผยมิติอื่นๆ ของชีวิตและบทบาททางเศรษฐกิจของ พวกเธอในพื้นที่สาธารณะ อันนำไปสู่การเปิดปูมปัญหาที่ฝังรากลึก อยู่เบื้องหลังระบบกฎหมายสมัยใหม่และสังคมไทยซึ่งกดทับตัวตนของคนทุกเพศ ทุกชนชั้นเสมอมา

“อย่าเรียกฉันว่านังแพศยา” วรรณกรรมร่วมสมัยของจีน เล่มที่ได้ชื่อว่าตีแผ่ออกมาได้อย่างสุดร้ายกาจ ทั้งครบรส โหด มัน ฮา

สะท้อนภาพสังคมจีนยุคมีนโยบายให้ครอบครัวหนึ่งมีลูกได้เพียงคนเดียว การมีลูกคนที่ 2 ถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรง และการ ตั้งท้องลูกคนที่ 2 นี้เองทำให้ หลี่สวี่เหลียน ตัดสินใจหย่าปลอมๆ กับสามีอย่าง ฉินหยู่เหอ เพื่อรักษาชีวิตลูกไว้ การหย่าจะทำให้ทั้งคู่ได้สถานะแม่หม้ายพ่อหม้ายลูกติดที่มาแต่งงานกันใหม่อีกรอบ..แผนการเข้าท่า ทุกอย่างลงตัว อะไรๆ เหมือนจะเรียบร้อย แต่มันติดอยู่ ที่ว่า สามีเจ้าเล่ห์ดันหนีไปแต่งงานใหม่กับหญิงอื่น

ภรรยาผู้โชคร้ายจึงต้องหาทางแก้แค้น จากผู้หญิงบ้านๆ คนหนึ่ง มุ่งหน้าสู่กรุงปักกิ่ง กลายเป็นเจ๊สุดเฟียร์สที่พร้อมจะทวงความยุติธรรมให้ตัวเอง และจะดึงเอาสามีจอมโกหก (ที่เที่ยวบอกใครต่อใครว่าเธอเป็นนังแพศยา) กลับมาให้ได้ ที่ทำไปทั้งหมดไม่ใช่เพราะอาลัยอาวรณ์รัก แต่เพราะ “ฉันจะหย่ากับมันอีกรอบให้สาแก่ใจ และอย่าเรียกฉันว่านังแพศยา จำไว้!”

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน